posttoday
ฟิทช์ยันบจ.ไทยแกร่ง

ฟิทช์ยันบจ.ไทยแกร่ง

19 มีนาคม 2558

ฟิทช์ เรทติ้งส์ไม่ห่วง 29 บจ.ไทยที่จัดอันดับเครดิต เชื่อยังมีความสามารถในการทำกำไรได้ดีน้ำมันลงทำต้นทุนธุรกิจต่ำ

ฟิทช์ เรทติ้งส์ไม่ห่วง 29 บจ.ไทยที่จัดอันดับเครดิต เชื่อยังมีความสามารถในการทำกำไรได้ดีน้ำมันลงทำต้นทุนธุรกิจต่ำ

นายเลิศชัย กอเจริญรัตนกุล ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า  บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ฟิทช์ เรทติ้งส์ จัดอันดับความน่าเชื่อถือให้อยู่นั้นส่วนใหญ่พบว่ายังคงมีความสามารถในการทำกำไรได้ดีอยู่ แม้ว่าโดยภาพรวมของเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวแต่ฟิทช์ก็คาดว่าในปีนี้เศรษฐกิจจะฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่จะมีผลต่อการทำธุรกิจของ บจ.ที่เน้นหนักคือ การลดลงของราคาน้ำมันมากกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลง เพราะมองว่าราคาพลังงานมีผลต่อน้ำหนักต่อต้นทุนในการดำเนินธุรกิจของธุรกิจมากกว่าเพราะจะทำให้ต้นทุนขนส่งของภาคธุรกิจลดลง จะลดปัญหากำลังซื้อที่ชะลอตัวได้ โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทที่ได้รับผลดีจากราคาน้ำมันที่ลด

นายเลิศชัย กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่ลดลงจะส่งผลกระทบต่อบริษัทที่ทำธุรกิจพลังงานโดยเฉพาะกลุ่ม ปตท. (PTT) ที่ฟิทช์เพิ่งยืนยันอันดับเครดิตให้กับบริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) และบริษัทไทยออยล์ (TOP) ในระดับเดิม แต่ในส่วนของ IRPC มีแนวโน้มเชิงลบเพราะได้รับผลกระทบจากการขาดทุนสต๊อกน้ำมันและการต้องสำรองราคาสินทรัพย์ แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะสามารถทำกำไรได้ดีและน่าจะกลับมามีผลการดำเนินงานปกติที่มีกำไรได้ ส่วน IRPC ก็จะต้องรอดูผลของการลงทุนในโครงการฟินิกซ์ ซึ่งเป็นโครงการที่ใช้เงินลงทุนเยอะเมื่อช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาว่าจะส่งผลมากน้อยแค่ไหน

สำหรับดอกเบี้ยที่ลดลงนั้นมีผลต่อการทำธุรกิจน้อยมาก เพราะดอกเบี้ยที่ลดลง 0.25% เหลือ 1.75% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราไม่มาก อีกทั้งธุรกิจไทยอยู่กับดอกเบี้ยที่ต่ำมา 10 กว่าปีแล้ว

นายเลิศชัย กล่าวว่า อนาคตจะให้ความสำคัญและบุกตลาดการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในส่วนของธุรกิจขนาดกลางและกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีทส์) เพราะมองว่ายังมีโอกาสที่จะเติบโตในตลาดในประเทศ เพราะเชื่อว่าความต้องการเงินทุนของธุรกิจนั้นยังมีสูงโดยเฉพาะธุรกิจที่จะต้องลงทุนเพื่อขยายธุรกิจและการจัดตั้งกองรีทส์ก็จะเป็นแนวทางหนึ่งในการเข้าถึงทุนของธุรกิจและฟิทช์เองก็พร้อมที่จะเป็นผู้ดำเนินการจัดเรตติ้งให้

“ธุรกิจต้องมีการบริหารโครงสร้างเงินทุนให้เหมาะสม ซึ่งการจัดตั้งกองรีทส์จะทำให้ได้ทุนส่วนการระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้แม้จะเข้าถึงทุนแต่เป็นการเพิ่มหนี้ ดังนั้นการมีเครื่องมือทางการเงินหลายรูปแบบจะเป็นวิธีการการจัดโครงสร้างทางการเงินที่ดี”

น.ส.สมฤดี ไชยวรรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายคอร์ปอเรต บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ กล่าวว่า แนวโน้มการเติบโตของกองรีทส์ยังมีอีกมาก เพราะเพิ่งเกิดขึ้น และขณะนี้ภาคธุรกิจกำลังรอการประกาศอย่างเป็นทางการถึงกฎเกณฑ์ในการออกกองทุนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล. ต.) ที่น่าจะเห็นการออกกองทุน รีทส์ชัดเจนขึ้นในปี 2559

นอกจากนี้ เกณฑ์ที่กำหนดว่ากองรีสท์ที่มีการจัดอันดับเครดิตจะสามารถกู้เงินได้มากกว่า 60% จากปกติ 35% ก็คาดว่าอนาคตจะเห็นกองทุนมีการจัดเรตติ้งมากขึ้น เพราะธุรกิจยังมีความจำเป็นในการระดมทุนเพื่อนำไปขยายกิจการในอนาคต

สำหรับกองรีทส์น่าสนใจต้องมีขนาดใหญ่ มีสินทรัพย์ที่เข้าไปลงทุนที่ดี มีการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนสินทรัพย์ที่ดี ซึ่งกองรีทส์ของสิงคโปร์กองที่มีขนาด 1.7-1.8 หมื่นล้านบาท สัญญาเช่าที่มี
อายุเหลือมากกว่า 5 ปี มีอัตราส่วนการให้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านเทียบกับมูลค่าบ้าน (LTV) ในระดับ 50% จะมีอันดับเครดิตที่ BBB  หลักการในการจัดเรตติ้งจะดูในประเภทสินทรัพย์  สภาพคล่อง การกระจายความเสี่ยงในการลงทุน การกระจายตัวของการลงทุนและดูแม้กระทั่งผู้ที่เช่าสินทรัพย์ว่าเป็นอย่างไร รวมถึงสถานะทางการเงิน เช่น หนี้ต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา(อีบิตดา) ซึ่งหากไม่สูงมากโดยเฉลี่ยของสิงคโปร์จะอยู่ที่ 5-6 เท่า ส่วนของไทยนั้นยังไม่สูงเพราะยังมีรีทส์ไม่มากและหนี้ต่ออีบิตดาที่ 1.3-4.5 เท่า ยังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีก

ประเทศไทยมีกองรีทส์ 4 กอง คือ ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหา ริมทรัพย์อิมแพ็คโกรท (IMPACT) มูลค่า 1.96 หมื่นล้านบาท ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ (LHSC) มูลค่า 5,900 ล้านบาท ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ไทคอน (TREIT) มูลค่า 4,200 ล้านบาท และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหา ริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) มูลค่า 4,400 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท