
ตลาดคาดเฟด ขึ้นดอกเบี้ยมิ.ย.
ตลาดยังคงให้น้ำหนักการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในระหว่างวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ และรู้ผลวันที่ 19 มี.ค. ตามเวลาไทย ตลาดจับตามองว่าเฟดจะยกเลิกคำว่าอดทนหรือไม่? โดยผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์บลูมเบิร์ก 90% คาดว่า เฟดจะยกเลิกคำว่า “อดทน” ในการประชุมครั้งนี้และจะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไร แม้ว่าเฟดจะยังคงยืนดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้และในเดือน เม.ย.
ตลาดยังคงให้น้ำหนักการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในระหว่างวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ และรู้ผลวันที่ 19 มี.ค. ตามเวลาไทย ตลาดจับตามองว่าเฟดจะยกเลิกคำว่าอดทนหรือไม่? โดยผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์บลูมเบิร์ก 90% คาดว่า เฟดจะยกเลิกคำว่า “อดทน” ในการประชุมครั้งนี้และจะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไร แม้ว่าเฟดจะยังคงยืนดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้และในเดือน เม.ย.
นักเศรษฐศาสตร์บลูมเบิร์กส่วนใหญ่ 45% ของผู้ตอบทั้งหมด 66 ราย คาดว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย. ตามมาด้วย 32% คาดว่าจะขึ้นเดือน ก.ย. และ 12% คาดว่าจะขึ้นเดือน ก.ค. สอดคล้องกับความเห็น จอห์น วิลเลียมส์ (เฟด ซานฟรานซิสโก) นริชาร์ด ฟิชเชอร์ เฟด ดัลลัส เจม บลูลาส เฟด เซนต์หลุยส์ ที่คาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยระหว่างเดือน มิ.ย.–ก.ย. ขณะส่วนที่เหลือคาดว่าจะล่าช้าไปจนกระทั่งเดือน มี.ค. 2559 คล้ายกับความเห็นของ ชาร์ลส์ อีแวน (เฟด ชิคาโก)
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาดัชนีชี้นำที่สำคัญของเศรษฐกิจ พบว่าเกิดความขัดแย้งกัน แม้ว่าตลาดแรงงานจะแข็งแกร่ง สะท้อนจากอัตราการว่างงานลดลงที่ระดับ 5.5% (จาก 5.7% ในเดือนก่อนหน้า) แต่ยอดค้าปลีกเดือน ก.พ. หดตัว 0.6% จากเดือน ม.ค. (+2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและ +4% ช่วงเดียวกันของปีก่อนในเดือน ม.ค.) เป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 (เดือน ม.ค. -0.8% จากเดือน ม.ค. และ ธ.ค. 2557 -0.9% เทียบรายเดือน) ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสภาพอากาศหนาวเย็นกว่าปกติ แต่ไม่รุนแรงเท่ากับปีก่อนหน้า รวมทั้งเงินเฟ้อเดือน ม.ค. ติดลบ 0.1% (จาก 0.8% ในเดือน ธ.ค. ซึ่งติดลบอีกครั้งในรอบ 5 ปี) โดยรวมจึงทำให้นักเศรษฐศาสตร์อย่างน้อย 3 ราย เริ่มปรับลดอัตราเติบโตตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) งวดไตรมาสแรกปี 2558 อยู่ระหว่าง 1.5-2% เทียบกับ 2.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในงวดไตรมาส 4 ปี 2557 ภายใต้ปัจจัยขับเคลื่อนที่ยังไม่เป็นไปในทางเดียวกันบวกกับประเทศผู้นำเศรษฐกิจหลักๆ ของโลก ทั้งญี่ปุ่น สหภาพยุโรปและจีนยังไม่ได้ฟื้นตัวที่แข็งแกร่งพอ
ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส คาดว่า เฟดน่าจะเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยไปเป็นปลายปีหรือต้นปี 2559 มากกว่าจะเร่งขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันตลาดอยู่ในขณะนี้
บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมินว่าตลาดได้ตอบรับปัจจัยนี้ไปบางส่วนแล้ว ดังนั้นผลกระทบที่เกิดหากถ้อยแถลงของเฟดจะออกมาตามคาดว่าจะไม่ส่งผลลบต่อตลาดมากนัก ทั้งนี้ ในทางกลับกันหากยังคงอดทนจะถือเป็นมุมมองดีกว่าคาดต่อตลาดที่หนุนแรงกลับเข้าเก็งสินทรัพย์เสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส คาดว่าเฟดจะไม่รีบปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วเพราะเงินเฟ้อที่ต่ำมาก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังไม่แข็งแกร่ง ทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐเปราะบางไปด้วย และต้องดูแลไม่ให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าเร็วและมากเกินไป เพราะอาจกระทบต่อภาคส่งออกและการลงทุนต่างประเทศของสหรัฐได้ ดังนั้นจึงแนะนำซื้อลงทุนวันนี้เป็นหุ้นบริษัท บัตรกรุงไทย (KTC)







