
เอปูเซ่คิดต่างสร้างฐาน นักธุรกิจลงทุนน้อยลดเสี่ยง
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
1 ปีที่ผ่านมานี้ เอปูเซ่ผ่าโครงสร้างการดำเนินธุรกิจขายตรงของบริษัทครั้งใหญ่ โดยมุ่งให้นักธุรกิจลงทุนซื้อสินค้าที่พอเหมาะหรือพอดีกับเงินทุน มากกว่าจะเป็นสูตรการปั๊มยอดขายให้กับนักธุรกิจเหมือนขายตรงค่ายอื่นๆ เพราะสุดท้ายเมื่อสินค้าขายไม่ได้ ธุรกิจก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน
มนตรี ฉิมมณีภัทธ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเอปูเซ่ (ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงเอปูเซ่ เปิดเผยว่า แผนธุรกิจขายตรงเอปูเซ่ยังคงมุ่งสร้างฐานนักธุรกิจหรือสมาชิกระดับล่างหรือมียอดขายต่ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ก่อนหน้านี้เน้นสร้างแม่ทีมหรือนักธุรกิจระดับบนที่สร้างยอดขายสูงๆ แต่เรากลับมองว่าหากธุรกิจขายตรงจะมั่นคงได้ต้องสร้างรากฐานล่างให้แข็งแกร่งด้วย
การทำธุรกิจขายตรงปกติแทบทุกค่ายจะปลุกปั้นนักธุรกิจให้สร้างยอดขายสร้างเครือข่าย สุดท้ายก็มีผู้ที่ต้องขาดทุนจากการลงทุน เมื่อสินค้าขายไม่ได้อย่างที่คิดภาพลักษณ์ของธุรกิจขายตรงจึงเป็นเพียงแค่สีเทามากกว่าจะเป็นสีขาว แต่เอปูเซ่กำลังคิดอะไรแตกต่างจากรายใหญ่ๆ นอกจากนี้ บริษัทยังมองถึงการขยายฐานสมาชิกที่มีอาชีพประจำ พนักงานในบริษัทต่างๆ โดยใช้รางวัลท่องเที่ยวเป็นจุดขาย ซึ่งได้เริ่มดำเนินการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
“กลุ่มผู้มีอาชีพประจำมีศักยภาพสูง ส่วนใหญ่ไม่เสี่ยงที่จะเข้าสู่อาชีพขายตรงเต็มตัว แต่รางวัลจูงใจของเอปูเซ่ คือ การท่องเที่ยว เพียงชักจูงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หรือคนรอบข้างมาซื้อสินค้า สะสมยอดจนถึง 3-4 แสนบาทต่อปี ก็สามารถไปเที่ยวต่างประเทศกับบริษัทได้ เมื่อเทียบกับบริษัทอื่นๆ ต้องสร้างยอดขายแตะล้านบาทขึ้นไป ซึ่งปีนี้เน้นท่องเที่ยวโซนยุโรป เพราะเอเชียส่วนใหญ่ค่ายอื่นๆ ทำกันจำนวนมาก” มนตรี กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปรับโครงสร้างการก้าวสู่ตำแหน่งนักธุรกิจระดับสูง โดยการสร้างยอดขายเพียง 3 หมื่นบาทต่อเดือน จากปกติต้องสร้างยอดขายถึง 7-8 หมื่นบาทต่อเดือน เพราะทิศทางธุรกิจขายตรงในไทยแข่งขันดึงแม่ทีม นักธุรกิจ และสมาชิกอย่างรุนแรง ปัจจุบันสมาชิกที่เข้าสู่เอปูเซ่ลดลง จากปกติ 3,000-4,000 รายต่อเดือน เหลือเพียง 700-800 รายต่อเดือน จากยอดสมาชิกปีที่ผ่านมา 1.2 แสนคน แบ่งเป็น ผู้ใช้สินค้า 60-70% และ 30-40% เป็นนักธุรกิจ
ด้านแผนขยายตลาดอาเซียน ปลายปีที่ผ่านมาได้แต่งตั้งสำนักงานตัวแทนจำหน่ายเอปูเซ่ในกัมพูชาและลาว ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดี มียอดขาย 2-3 แสนบาทต่อเดือน มั่นใจว่าในอนาคตจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
มนตรี กล่าวว่า การเปิดตลาดอาเซียนไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด หากจะทำตลาดพม่าควรส่งเสริมนักธุรกิจ จ.ตาก หรือจะเข้าไปในลาวก็ส่งเสริมนักธุรกิจ จ.หนองคาย ส่วนรายได้สิ้นปีตั้งเป้า 250 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมารายได้ไม่ถึง 200 ล้านบาท หรือไม่มีอัตราเติบโตเนื่องจากเศรษฐกิจตกต่ำ
ทิศทางภาพธุรกิจขายตรงในไทยจะกลับมาคึกคักอีกครั้งในไตรมาส 3 ระหว่างนี้คงเป็นการช่วยประคับประคองธุรกิจไม่ให้ทรุดหรือมียอดขายตกลงไปมากกว่านี้ สำหรับเอปูเซ่ไม่เน้นการลงทุน เพื่อลดความเสี่ยงการดำเนินธุรกิจห้วงเวลานี้







