posttoday
มาตรการอุ้มเอสเอ็มอี ดึงธุรกิจฟื้นใน 3 เดือน

มาตรการอุ้มเอสเอ็มอี ดึงธุรกิจฟื้นใน 3 เดือน

19 มีนาคม 2558

ภายหลังที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย 10 มาตรการ อาทิ 1.โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 1.5 หมื่นล้านบาท 2.โครงการแมชชีนฟันด์ 3.ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ผ่อนปรนการวิเคราะห์สินเชื่อให้กับเอสเอ็มอีที่ติดแบล็กลิสต์กับเครดิตบูโร 4.ให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ปล่อยกู้ลูกค้าเพิ่มขึ้นจาก 15 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาทต่อราย และ 5.ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อผ่านโครงการ Port-folio Guarantee Scheme ระยะ 5 เพิ่มอีก 5 หมื่นล้านบาท เป็นต้น

ภายหลังที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย 10 มาตรการ อาทิ 1.โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 1.5 หมื่นล้านบาท 2.โครงการแมชชีนฟันด์ 3.ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ผ่อนปรนการวิเคราะห์สินเชื่อให้กับเอสเอ็มอีที่ติดแบล็กลิสต์กับเครดิตบูโร 4.ให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ปล่อยกู้ลูกค้าเพิ่มขึ้นจาก 15 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาทต่อราย และ 5.ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อผ่านโครงการ Port-folio Guarantee Scheme ระยะ 5 เพิ่มอีก 5 หมื่นล้านบาท เป็นต้น

นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอทีเอสเอ็มอี) กล่าวถึงนโยบายที่ ครม.ออกมาช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 10 มาตรการว่าเป็นมาตรการที่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างมาก โดยเฉพาะมาตรการอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีต้นทุนทำธุรกิจลดลง และเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น รวมถึงสร้างโอกาสขยายธุรกิจและลงทุนใหม่ที่จะมีมากขึ้น

อีกมาตรการที่ทำให้เอสเอ็มอีที่ติดแบล็กลิสต์กับเครดิตบูโร เข้าถึงสินเชื่อได้สะดวกนั้น เป็นผลดีต่อเจ้าของกิจการจำนวนมาก เพราะช่วงปี 2540 มีเจ้าของกิจการประสบปัญหาเรื่องธุรกิจและติดแบล็กลิสต์อยู่ ทั้งนี้ จากมาตรการหลายด้านที่ส่งเสริมธุรกิจรายย่อย ซึ่งคาดว่าใน 3 เดือนข้างหน้าจะเห็นผลของมาตรการรัฐเป็นผลดีต่อรายได้ของเอสเอ็มอี

นางเพ็ญทิพย์ กล่าวต่อว่า มาตรการที่อยากเสนอรัฐต่อไปคือ ขยายช่องทางตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อรองรับการผลิตสินค้าที่มีมากขึ้น โดยรัฐต้องหันมากระตุ้นตลาดในประเทศและเปิดตลาดท่องเที่ยวในประเทศแบบเสรี รับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพื่อดึงนักท่องเที่ยวในอาเซียนเข้ามาในไทย ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้ผลิตสินค้าและเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในประเทศ

นายชนินทร์ จิตต์โกมุท นายกสมาคมรองเท้าไทย กล่าวว่า มาตรการของ ครม.ในครั้งนี้ช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจรายเล็กที่ประสบปัญหาการทำธุรกิจให้มีเงินทุนขยายธุรกิจได้ และอยากให้ภาครัฐทำมาตรการระยะยาวต่อเนื่อง เพื่อช่วยธุรกิจรายย่อยอย่างจริงจัง ต่อจากนั้นภาครัฐต้องหาช่องทำตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ และหาทางให้ความรู้แบบเจาะลึกกับผู้ประกอบการที่มีปัญหาทำธุรกิจเป็นรายบริษัท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท