
ตลาด‘ท่าเสด็จ’เหงา หวังฟื้นตัวหลังไตรมาสแรก
สำหรับนักลงทุนรายใหญ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
สำหรับนักลงทุนรายใหญ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะเป็นโอกาสให้ขยายตลาดเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น แต่ในมุมกลับกันก็อาจกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของทุนท้องถิ่นที่เงินไม่หนา โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) กลุ่มค้าปลีก-ค้าส่งที่ทำธุรกิจในพื้นที่ชายแดน ที่จะถูกทุนใหญ่แย่งตลาดไป
ล่าสุด “โพสต์ทูเดย์” ได้ลงพื้นที่ จ.หนองคาย และอุดรธานี เพื่อดูบรรยากาศการค้าปลีก-ค้าส่งในพื้นที่
สำหรับ “ตลาดท่าเสด็จ” จ.หนองคาย ที่เป็นแหล่งช็อปปิ้งของผู้บริโภคทั้งจากฝั่งไทยและฝั่งลาว พบว่า บรรยากาศจับจ่ายใช้สอยค่อนข้างเงียบเหงา ผิดไปจากเดิมที่จะเห็นภาพคนทั้งสองชาติ มาหาซื้อของกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
เพื่อให้ได้คำตอบที่แน่ชัดว่า การค้าขายของตลาดแห่งนี้ยังคึกคักอยู่หรือไม่ จึงได้สอบถาม มนนิภา โกวิทศิริกุล ประธานหอการค้าจังหวัดหนองคาย ซึ่งได้ยอมรับว่า ขณะนี้เศรษฐกิจของ จ.หนองคาย ค่อนข้างชะลอตัวอยู่บ้าง เพราะภาพรวมไม่ดี อีกทั้งการค้าชายแดนก็ชะลอตัวลง ส่วนหนึ่งมาจากการที่มีกลุ่มทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) เข้ามาลงทุน เพื่อยึดหัวหาด รองรับการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนในพื้นที่ จ.หนองคาย ที่กำลังเกิดขึ้น รวมทั้งรองรับการลงทุนจากการรวมตัวของประชาคมอาเซียน
“ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การค้าในตลาดท่าเสด็จซบเซาลง เพราะมีห้างค้าปลีกขนาดใหญ่มาตั้งในพื้นที่จำนวนมาก ทั้งคนไทยคนลาวหันไปซื้อของในห้างโมเดิร์นเทรดแทน ส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอีในพื้นที่อย่างมาก”
มนนิภา กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้ขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ขยายเวลาปิดตลาดท่าเสด็จ และถนนคนเดินบริเวณริมโขง จากเวลา 17.00 น. เป็น 19.00 น. ซึ่งจะทำให้สามารถรองรับคณะทัวร์และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางข้ามไปเที่ยวในฝั่งลาวในช่วงเช้า และจะเดินทางข้ามกลับเข้ามาฝั่งไทยอีกครั้งในช่วงเย็น คาดว่าน่าจะช่วยเพิ่มยอดรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ได้
อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือกับผู้ประกอบการ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานล่วงเวลา (โอที) เพิ่มขึ้น ซึ่งต้องดูว่าจะส่งผลกระทบอย่างไร และผู้ประกอบการจะยอมรับภาระดังกล่าวได้มากน้อยเพียงใด
สำหรับภาพรวมการค้าชายแดนในพื้นที่ จ.หนองคาย คงต้องรอดูยอดการค้าชายแดนช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.ก่อน ว่าจะกระเตื้องขึ้นบ้างหรือไม่ แต่ต้องทำใจยอมรับว่า ภาพรวมมูลค่ายอดการค้าชายแดนของ จ.หนองคาย ปีนี้น่าจะชะลอตัวลงจากปีก่อนเล็กน้อย
สอดคล้องกับ สวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี ที่บอกว่า ภาพรวมการค้า การลงทุนในพื้นที่ตอนนี้ค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากยังไม่มีทุนจากส่วนกลางรายใหม่ๆ ขยายการลงทุนในพื้นที่เพิ่ม เพราะมีการทยอยลงทุนหรือปรับกิจการไปก่อนหน้านี้หมดแล้ว อีกทั้งยังเป็นช่วงปรับตัวของการจับจ่ายใช้สอยทั้งผู้บริโภคฝั่งไทยและลาว เพราะเศรษฐกิจภาพรวมของไทยยังไม่ดี ส่งแรงกระเพื่อมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวด้วย ทำให้แรงและกำลังซื้อในพื้นที่ชะลอตัวลงเช่นกัน
“การค้าและการลงทุนในพื้นที่ตอนนี้ยังไม่หวือหวามากนัก แค่พอประคองตัวไปได้ เพราะผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น แต่ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ยังมีมาไม่ขาดสาย เพียงแต่กำลังซื้อชะลอตัวลง”
ทั้งนี้ ธุรกิจเอสเอ็มอีในกลุ่มร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านขายเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้าน และร้านอาหารยังพอไปได้ โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารของคนท้องถิ่นที่มีดีไซน์เฉพาะตัว และมีราคาขายที่ไม่แพงมากนัก เพราะสามารถตอบโจทย์ของผู้บริโภคในพื้นที่และสถานการณ์ที่กำลังซื้อเงียบเหงาในขณะนี้ได้
อย่างไรก็ดี ยังเชื่อมั่นว่า เดือน พ.ค.นี้ น่าจะเป็นจังหวะที่ดี ที่จะเริ่มเห็นกำลังซื้อกลับมามากขึ้น เพราะทุกอย่างส่งสัญญาณดีขึ้น ทั้งภาพการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างเช่นรถไฟ ที่ภาครัฐมีความชัดเจนขึ้น ทำให้ทุกคนเริ่มกล้าขยับขยายวางแผนต่างๆ มากขึ้น







