posttoday
เจาะเคล็ดบุกอินโดยั่งยืน 3 ขั้นพาธุรกิจฉลุย

เจาะเคล็ดบุกอินโดยั่งยืน 3 ขั้นพาธุรกิจฉลุย

19 มีนาคม 2558

“เรา เข้าไปลงทุนมาในหลายประเทศ อินโดนีเซียถือเป็นประเทศที่ซับซ้อนน้อยที่สุดแล้ว”

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

“เรา เข้าไปลงทุนมาในหลายประเทศ อินโดนีเซียถือเป็นประเทศที่ซับซ้อนน้อยที่สุดแล้ว”

นี่คือทัศนะของ สมยศ รุจิรวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู ต่อการลงทุนในอินโดนีเซีย

เขาเล่าว่าความสำเร็จของบ้านปูในการลงทุนในอินโดนีเซีย เกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.การมีหูและตาท้องถิ่น คือมีพันธมิตรและคนทำงานในพื้นที่จริง 2.การมีทรัพยากรบุคคลที่เข้มแข็ง มีคนที่มีสมรรถนะตรงตามความต้องการ มีทักษะการสื่อสารที่ดี รวมถึงมีประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศมาก่อน และ 3.การปฏิบัติตามบริบทต่างๆ ของท้องถิ่น ทั้งกฎหมาย วัฒนธรรม ประเพณี

ขณะเดียวกัน การลงทุนในแต่ละช่วงยังต้องปฏิบัติต่อคนในพื้นที่อย่างเหมาะสมด้วย โดยสมยศแบ่งขั้นตอนการลงทุนออกเป็น 3 ขั้นตอน

1.ขั้นเริ่มต้นลงทุน แม้หลายคนอาจจะคาดหวังประโยชน์ที่ได้รับจากการลงทุนอย่างรวดเร็ว คิดว่าจะเข้าไปลงทุนได้ง่ายๆ แต่เขาย้ำว่า การเริ่มต้นไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นเรื่องต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ และอาจเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับบางธุรกิจด้วย

“หากนับตั้งแต่วันที่เราเริ่มเข้าไปในอินโดนีเซีย กว่าจะได้เริ่มดำเนินธุรกิจของเราในพื้นที่ครั้งแรกอย่างเต็มตัว เรายังต้องใช้เวลานานถึง 7 ปี”

เขาเสริมว่า ปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในขั้นเริ่มต้นลงทุนประกอบด้วย 1.การเคารพสิ่งที่เป็นอยู่แล้วในประเทศของเขา ต้องเข้าใจและยอมรับบริบทต่างๆ ที่เป็นอยู่ 2.ไว้วางใจคนท้องถิ่น ต้องมีทัศนคติที่ดี เป็นธรรม และรู้จักเอาใจชาวท้องถิ่นที่ทำงานให้องค์กร

2.ขั้นการพัฒนาการลงทุน บริษัทต้องประเมินความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ และเริ่มดำเนินการสิ่งใหม่ๆ มากขึ้น เช่น การจ้างคนท้องถิ่นเข้ามาทำงานมากขึ้น โดยต้องเข้าใจกฎหมายของเขา สามารถจัดการปัญหาข้ามวัฒนธรรม (Cross Cultural) กฎหมาย ระเบียบ และสวัสดิการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแรงงานได้อย่างเหมาะสม ที่สำคัญ ต้องเริ่มสั่งสมความรู้และประสบการณ์การจัดการผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการลงทุนด้วย

3.ขั้นการเติบโตและพัฒนาอย่างยั่งยืน หากจะให้ธุรกิจยังคงแข่งขันได้ ต้องพัฒนาความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาทุนมนุษย์ ตลอดจนนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับธุรกิจมาปรับใช้ ขณะเดียวกัน ต้องมีจริยธรรมที่ดีในการดำเนินธุรกิจ มีธรรมาภิบาลซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากในอินโดนีเซีย เช่น การจัดการด้านภาษีอย่างถูกต้อง ใสสะอาด นอกจากนี้ ยังต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประเพณี วิถีชีวิตของท้องถิ่น

ที่สำคัญ ต้องมีใบอนุญาตที่แสดงถึงมาตรฐานด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ เช่น มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย รวมถึงมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน เช่น การทำโครงการความรับผิดชอบของสังคมต่อองค์กร (ซีเอสอาร์) ในพื้นที่

สมยศย้ำว่า อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ประชากรมีสมรรถนะการทำงานดีอยู่แล้ว ผู้ที่สนใจจะเข้าไปลงทุนอาจจับมือกับสถาบันการศึกษาที่ผลิตบัณฑิตสาขาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตัวเอง ให้ส่งคนที่มีฝีมือมาทำงานในองค์กรได้

ด้าน แอนโทนี่ แทน ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจใหม่ บริษัท โรดามาส อินโดนีเซีย ระบุว่า การจะทำธุรกิจในอินโดนีเซียให้ประสบความสำเร็จได้ควรต้องมีพันธมิตรท้องถิ่นด้วย เพราะจะช่วยจัดการเรื่องใบอนุญาตและกฎระเบียบท้องถิ่น ช่วยเรื่องเครือข่ายโลจิสติกส์ในประเทศ ช่วยจัดหาและติดต่อกับพนักงานท้องถิ่น ทำให้นักลงทุนต่างชาติมีเวลาไปวิจัยและพัฒนา สร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์สู่ระดับสากล ตลอดจนสร้างจุดแข็งด้านอื่นๆ ให้แก่ธุรกิจ

อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าการมีพันธมิตรในอินโดนีเซียมีความเสี่ยงอยู่บ้าง เพราะหากเกิดปัญหากับพันธมิตร หมายถึงธุรกิจมีโอกาสล้มเหลวทันที นอกจากนี้ กฎหมายในอินโดนีเซียยังไม่ค่อยแน่นอนด้วย นักลงทุนจึงควรเลือกพันธมิตรท้องถิ่นที่ตัวเองรู้จัก มีชื่อเสียง และมีความน่าเชื่อถือ

ขณะที่ ริคกี้ กุสมายาดิ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการลงทุนอินโดนีเซีย ประจำสิงคโปร์ บอกว่า นักลงทุนสามารถคาดหวังจากอินโดนีเซียยุคใหม่ได้ 4 เรื่อง ได้แก่ 1.ความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งของประธานาธิบดีอินโดนีเซียซึ่งจะนำไปสู่นโยบายที่ดีกว่า 2.การประสานงานที่ดีขึ้นระหว่างหน่วยงของรัฐ 3.บรรยากาศการลงทุนที่ชัดเจนขึ้น สดใสขึ้น และ 4.การจัดลำดับความสำคัญของภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับการสนับสนุนอย่างชัดเจน

สำหรับสิทธิประโยชน์การลงทุนในอินโดนีเซียปัจจุบัน เช่น มาตรการผ่อนคลายทางภาษี 5-10 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มต้นการผลิตเชิงพาณิชย์ สามารถยื่นขอลดภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% ต่ออีก 2 ปี หลังจากมาตรการผ่อนคลายทางภาษีหมดอายุลง ขยายจำนวนกลุ่มธุรกิจที่ได้รับสิทธิมาตรการผ่อนคลายทางภาษีจาก 38 ธุรกิจ เป็น 129 ธุรกิจ ยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร สินค้า และวัตถุดิบสำหรับการผลิต 2-4 ปี แก่ 7 กลุ่มอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยว อุตสาหกรรมเหมืองแร่ อุตสาหกรรมก่อสร้าง

ด้าน สตีเฟ่น ลอ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ลิปโป เอเนอร์จี้ อินโดนีเซีย บอกว่า อินโดนีเซียยังมีโครงสร้างพื้นฐานไม่ดีเท่าไทย ปัจจุบันอินโดนีเซียจึงนำเงินที่เคยไปอุดหนุนราคาน้ำมันมาใช้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม เป็นโอกาสของนักลงทุนไทยที่จะเข้าไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในอินโดนีเซีย

นอกจากนี้ ธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรน่าจะได้รับประโยชน์ในการลงทุนในอินโดนีเซียด้วย เนื่องจากปัจจุบันอินโดนีเซียนำเข้าสินค้าเกษตรจำนวนมากจากต่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี