posttoday
ซุปเปอร์ริชผนึกไอร่า ดันหุ้นเข้าเอ็มเอไอ

ซุปเปอร์ริชผนึกไอร่า ดันหุ้นเข้าเอ็มเอไอ

19 มีนาคม 2558

บริษัท ซุปเปอร์ริช อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็กซ์เชนจ์ (1965) ผู้ดำเนินธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

บริษัท ซุปเปอร์ริช อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็กซ์เชนจ์ (1965) ผู้ดำเนินธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับบริษัท ไอร่า แคปปิตอล (AIRA) โดยข้อตกลงดังกล่าวไอร่าจะเข้าซื้อหุ้นบริษัท ซุปเปอร์ริชฯ ในสัดส่วนมากกว่า 50% มูลค่าการลงทุนไม่เกิน 2,000 ล้านบาท หลังจากนั้นจะมีการปรับโครงสร้างบริษัท ซุปเปอร์ริชฯ เพื่อเตรียมนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในปี 2559

นลินี งามเศรษฐมาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า การร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัท ซุปเปอร์ริชฯ ผู้นำด้านธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในไทย จะทำให้ไอร่ามีผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในแผนธุรกิจที่จะผลักดันให้ไอร่าก้าวขึ้นเป็นผู้ประกอบการธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์) ติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศ

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัท ซุปเปอร์ริชฯ มีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท มีกำไรปีละหลักร้อยล้านบาท มีฐานลูกค้าประมาณ 1 แสนคน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบทรัพย์สิน (Due Diligence) คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 เดือนนี้

นอกจากนี้ ไอร่ายังอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อกิจการที่เกี่ยวข้องกับการเงินอีก 1 แห่ง มูลค่ามากกว่า 2,000 ล้านบาท ขณะนี้มีความคืบหน้า 40-50% และคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีบริษัทย่อยเพิ่มจาก 6 แห่ง เป็น 12 แห่งภายในปี 2560 ตามเป้าหมาย

ขณะเดียวกันบริษัทยังเตรียมยื่นขอใบอนุญาตการทำธุรกิจสินเชื่อเพื่อการบริโภค (Consumer Finance) และใบอนุญาตเพื่อทำธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในช่วงกลางเดือน เม.ย.นี้ โดยคาดว่า ธปท.จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการพิจารณาและเริ่มดำเนินธุรกิจดังกล่าวได้ปลายปีนี้

ด้าน ปิยะ ตันติเวชยานท์ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซุปเปอร์ริชฯ กล่าวว่า การขายหุ้นให้บริษัท ไอร่า และเป็นพันธมิตรกันใน ครั้งนี้ จะเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ ให้กับซุปเปอร์ริชฯ เพราะไอร่า เป็นผู้นำและมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจการเงินในไทย รวมทั้งมีเครือข่ายทางธุรกิจและฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง

นอกจากนี้ ยังทำให้ซุปเปอร์ริชฯ สามารถระดมเงินทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เพื่อขยายธุรกิจรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่คาดว่าจะมีธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจากบริษัทชั้นนำในต่างประเทศเข้ามาแข่งขันมากขึ้น

ปัจจุบัน บริษัท ซุปเปอร์ริชฯ มีกำไรจากการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยประมาณ 2-5 สตางค์/เหรียญสหรัฐ และแต่ละปีมีกำไรมาโดยตลอด นอกจากนี้ บริษัท ซุปเปอร์ริชฯ จะมีการบริหารการซื้อและขายเงินตราต่างประเทศแต่ละสกุลให้เร็วและให้แมตชิ่ง เพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน จึงไม่จำเป็นต้องซื้อประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

ทั้งนี้ บริษัท ซุปเปอร์ริชฯ จะมีการขยายสาขาเพิ่ม แต่ยังไม่ได้ตั้งเป้าจะว่าเพิ่มอีกกี่แห่ง โดยจะเน้นการเปิดสาขาตามแหล่งท่องเที่ยวในต่างจังหวัด จากปัจจุบันที่มีสาขา 17 แห่ง และยืนยันว่า ซุปเปอร์ริชฯ ไม่ใช่คู่แข่งของธนาคารพาณิชย์แต่เป็นคู่ค้า เพราะบริษัทจะต้องซื้อขายเงินตราต่างประเทศให้กับธนาคารพาณิชย์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท