
ซุปเปอร์ริชผนึกไอร่า ดันหุ้นเข้าเอ็มเอไอ
บริษัท ซุปเปอร์ริช อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็กซ์เชนจ์ (1965) ผู้ดำเนินธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
บริษัท ซุปเปอร์ริช อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็กซ์เชนจ์ (1965) ผู้ดำเนินธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับบริษัท ไอร่า แคปปิตอล (AIRA) โดยข้อตกลงดังกล่าวไอร่าจะเข้าซื้อหุ้นบริษัท ซุปเปอร์ริชฯ ในสัดส่วนมากกว่า 50% มูลค่าการลงทุนไม่เกิน 2,000 ล้านบาท หลังจากนั้นจะมีการปรับโครงสร้างบริษัท ซุปเปอร์ริชฯ เพื่อเตรียมนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในปี 2559
นลินี งามเศรษฐมาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า การร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัท ซุปเปอร์ริชฯ ผู้นำด้านธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในไทย จะทำให้ไอร่ามีผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในแผนธุรกิจที่จะผลักดันให้ไอร่าก้าวขึ้นเป็นผู้ประกอบการธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์) ติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศ
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัท ซุปเปอร์ริชฯ มีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท มีกำไรปีละหลักร้อยล้านบาท มีฐานลูกค้าประมาณ 1 แสนคน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบทรัพย์สิน (Due Diligence) คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 เดือนนี้
นอกจากนี้ ไอร่ายังอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อกิจการที่เกี่ยวข้องกับการเงินอีก 1 แห่ง มูลค่ามากกว่า 2,000 ล้านบาท ขณะนี้มีความคืบหน้า 40-50% และคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีบริษัทย่อยเพิ่มจาก 6 แห่ง เป็น 12 แห่งภายในปี 2560 ตามเป้าหมาย
ขณะเดียวกันบริษัทยังเตรียมยื่นขอใบอนุญาตการทำธุรกิจสินเชื่อเพื่อการบริโภค (Consumer Finance) และใบอนุญาตเพื่อทำธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในช่วงกลางเดือน เม.ย.นี้ โดยคาดว่า ธปท.จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการพิจารณาและเริ่มดำเนินธุรกิจดังกล่าวได้ปลายปีนี้
ด้าน ปิยะ ตันติเวชยานท์ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซุปเปอร์ริชฯ กล่าวว่า การขายหุ้นให้บริษัท ไอร่า และเป็นพันธมิตรกันใน ครั้งนี้ จะเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ ให้กับซุปเปอร์ริชฯ เพราะไอร่า เป็นผู้นำและมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจการเงินในไทย รวมทั้งมีเครือข่ายทางธุรกิจและฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง
นอกจากนี้ ยังทำให้ซุปเปอร์ริชฯ สามารถระดมเงินทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เพื่อขยายธุรกิจรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่คาดว่าจะมีธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจากบริษัทชั้นนำในต่างประเทศเข้ามาแข่งขันมากขึ้น
ปัจจุบัน บริษัท ซุปเปอร์ริชฯ มีกำไรจากการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยประมาณ 2-5 สตางค์/เหรียญสหรัฐ และแต่ละปีมีกำไรมาโดยตลอด นอกจากนี้ บริษัท ซุปเปอร์ริชฯ จะมีการบริหารการซื้อและขายเงินตราต่างประเทศแต่ละสกุลให้เร็วและให้แมตชิ่ง เพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน จึงไม่จำเป็นต้องซื้อประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
ทั้งนี้ บริษัท ซุปเปอร์ริชฯ จะมีการขยายสาขาเพิ่ม แต่ยังไม่ได้ตั้งเป้าจะว่าเพิ่มอีกกี่แห่ง โดยจะเน้นการเปิดสาขาตามแหล่งท่องเที่ยวในต่างจังหวัด จากปัจจุบันที่มีสาขา 17 แห่ง และยืนยันว่า ซุปเปอร์ริชฯ ไม่ใช่คู่แข่งของธนาคารพาณิชย์แต่เป็นคู่ค้า เพราะบริษัทจะต้องซื้อขายเงินตราต่างประเทศให้กับธนาคารพาณิชย์







