
‘คาราบาวแดง’ยืดไอพีโอ
โพสต์ทูเดย์ — คาราบาวแดงเลื่อนเข้าตลาดหุ้นยาว จากกำหนดเดิมปี 2554 ชี้ไม่ขอเสี่ยงการเมืองไม่นิ่ง รอเลือกตั้งใหม่ขอดูโฉมหน้ารัฐบาลใหม่
นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาราบาวตะวันแดง เปิดเผยว่า บริษัทตัดสินใจเลื่อนแผนการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากเดิมกำหนดไว้ภายในปี 2554 เนื่องจากมองว่าตอนนี้สถานการณ์การเมืองยังไม่นิ่งพอ แม้การชุมนุมจะยุติ แต่เชื่อว่ารอยร้าวยังมีอยู่อีกมาก
“
ตอนนี้ทุกคนต้องถามตัวเองว่า รู้สึกว่าเหตุการณ์การเมืองนิ่งจริงหรือยัง ดังนั้นจึงไม่ขอเสี่ยงนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ในภาวะเช่นนี้ เพราะการเมืองย่อมส่งผลกระทบโดยตรงกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และย่อมกระทบต่อการดำเนินธุรกิจบริษัทไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอยู่ดี”ก่อนหน้านี้บริษัทเคยมีการหารือกับบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินบ้าง เรื่องการนำบริษัทเข้าตลาดหุ้น แต่ตอนนี้ได้หยุดลงแล้ว
นายเสถียร กล่าวต่อว่า จะกลับมาทบทวนเรื่องการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์อีกครั้งต่อเมื่อมั่นใจว่าการเมืองนิ่งพอ หรือหลังมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ และพอเห็นรูปร่างของรัฐบาลใหม่ เพราะอย่างน้อยการเลือกตั้งยังพอทำให้มั่นใจในเหตุการณ์ได้บ้าง ซึ่งอย่างมากก็มีเวลาอีกปีกว่าถึงจะกลับมาทบทวนเพราะรัฐบาลชุดนี้จะหมดสมัย ส่วนเรื่องการยอมรับผลจากการเลือกตั้งหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เชื่อว่าช่วงแรกจะทำให้เรียกความเชื่อมั่นมาได้
“
ที่ผมตัดสินใจเลื่อนเข้าตลาดหุ้นเป็นเพราะปัจจัยภายนอกเป็นประเด็นหลัก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผลการดำเนินงานของบริษัทแต่อย่างใด ตรงข้ามบริษัทยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2552 มีรายได้มากกว่า 3,000 ล้านบาท และปีนี้ตั้งเป้าโตขึ้นจากปีก่อนถึง 10% เพราะบริษัทยังมีฐานรายได้ที่ดีทั้งจากการส่งออกและรายได้จากในประเทศ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยดูจากไตรมาสแรกของปีนี้ ก็ถือว่ารายได้เกินคาดจากที่ตั้งเป้าไว้” นายเสถียร กล่าวแหล่งข่าวจากวงการที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า กรณีที่มีบางบริษัทประกาศเลื่อนแผนการนำบริษัทเข้าตลาดหุ้น โดยอ้างเหตุผลกระทบจากเหตุการณ์เผากรุงเทพฯ เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมานั้น ไม่เป็นความจริงเสมอไป เพราะบางแห่งมีปัญหาภายในบริษัทเอง
แหล่งข่าวรายนี้ยกตัวอย่างกรณีของบริษัท วุฒิศักดิ์ คลินิก เวชกรรม ซึ่งได้ยื่นแบบคำขอเสนอขายหุ้น (ไฟลิง) จำนวน 145 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2553 และเมื่อปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้ขอคืนคำขอ เพราะรีบแต่งตัวเร็วเกินไปเพื่อให้คุณสมบัติถึงเกณฑ์เข้าตลาดใหญ่ ทำให้มีทุนจดทะเบียนมากเกินความจำเป็น ขณะที่โครงสร้างธุรกิจไม่แข็งแรง ถ้าหากยังคงเดินหน้าเข้าจดทะเบียนจะเกิดความเสียหายต่อบริษัท







