
สหภาพรถไฟค้านเอกชนเดินรถ
สหภาพรถไฟเปิดเกมค้าน กฎหมายจัดตั้งกรมราง-พ.ร.บ.บริหารการขนส่ง เปิดทางเอกชนเดินรถแข่ง
สหภาพรถไฟเปิดเกมค้าน กฎหมายจัดตั้งกรมราง-พ.ร.บ.บริหารการขนส่ง เปิดทางเอกชนเดินรถแข่ง
นายอำพล ทองรัตน์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) เปิดเผยภายหลังเข้าหารือกับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ว่า สหภาพรถไฟฯ เห็นด้วยให้มีการจัดตั้งกรมการขนส่งทางราง แต่มีข้อแม้ว่ารัฐบาลจะต้องมีการแยกหน้าที่ความรับผิดของกรมการขนส่งทางรางให้ชัดเจนว่ามีอะไรบ้าง เพราะ สร.รฟท.ไม่เห็นด้วยที่จะเปิดช่องให้เอกชนเข้ามาเดินรถแข่งกับ รฟท. เนื่องจากใน พ.ร.บ.การจัดวางรถไฟ พ.ศ. 2464 และ พ.ร.บ.การบริหารการจัดการรถไฟ พ.ศ. 2494 ไม่เปิดช่องให้เอกชนเข้ามาวิ่งให้บริการ หรือแข่งขันกับการบริการของ รฟท.
“สหภาพ รฟท.เห็นว่า หากจะให้เอกชนมาวิ่งให้บริการบนรางรถไฟ รัฐบาล หรือกระทรวงคมนาคม จะต้องยกเลิกกฎหมายทั้งสองฉบับด้วย ขณะเดียวกันยังเห็นด้วยกับการให้มีการจัดตั้งหน่วยธุรกิจบริหารทรัพย์สิน แต่ รฟท.จะต้องถือหุ้น 100% เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพย์สินยังเป็นของรถไฟอยู่” นายอำพล กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้นำมติที่ประชุมใหญ่สามัญ สร.รฟท.ที่แสดงจุดยืนในการคัดค้านการจัดตั้งกรมการขนส่งทางรางและร่าง พ.ร.บ.บริหารการขนส่ง พ.ศ. ... โดยเสนอแนวทางให้ปรับปรุงพัฒนาการรถไฟให้ รมว.คมนาคม รับทราบด้วย ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพ เช่น การแยกบัญชีทรัพย์สิน การลดต้นทุนการดำเนินการ และจัดตั้งหน่วยธุรกิจบริหารทรัพย์สินเป็นบริษัทลูกของ รฟท.
นอกจากนี้ เสนอให้ปรับปรุงการบริหารจัดการทรัพย์สินและที่ดิน ด้วยการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาที่ดิน โดยปรับปรุงระบบฐานข้อมูลที่ดินว่าจ้างที่ปรึกษาทีมงาน เพื่อแบ่งทรัพย์สินเชิงพาณิชย์และทรัพย์สินเพื่อเดินรถ ตลอดจนมีการปรับโครงสร้างค่าเช่า และในระยะยาวให้แยกหน่วยธุรกิจการบริหารจัดการทรัพย์สินและที่ดินออกมา และให้มืออาชีพมาบริหารเอง
ด้านต่อมา ควรเร่งปรับปรุงการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ เช่น เพิ่มรายได้จากการขนส่งสินค้า การให้บริการรถไฟให้ตรงเวลา และสุดท้ายควรเร่งพัฒนาบุคลากรภายในการรถไฟ เช่น ยกระดับโรงเรียนรถไฟให้เป็นสถาบันวิจัยและพัฒนาระบบรางอาเซียน การปรับปรุงวัฒนธรรมในองค์กร
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ได้หารือเพื่อทำความเข้าใจในแนวทางการพัฒนาการรถไฟร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ กระทรวงคมนาคม รฟท.และสหภาพแรงงานฯ ซึ่งจะต้องปรับปรุงบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน ให้รองรับโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต โดยเฉพาะรถไฟทางคู่ขนาด 1.435 เมตร
ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า รฟท.ยังเป็นภารกิจหลักของประเทศซึ่งภาครัฐต้องเข้าไปช่วยในการแก้ไขปัญหาหนี้สินที่มีอยู่เข้าไปดูการลงทุน ส่วนการพัฒนาบุคลากรก็จะยกระดับโรงเรียนรถไฟ เพื่อรองรับการพัฒนาทักษะพนักงาน ทั้งในระดับปฏิบัติการ และฝ่ายบริหาร ให้เพียงพอต่อความต้องการ







