posttoday
หว่าน1,000ล้าน จุดพลุดิเอ็มดิสทริค

หว่าน1,000ล้าน จุดพลุดิเอ็มดิสทริค

18 มีนาคม 2558

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

สร้างความฮือฮาสะท้านวงการค้าปลีกเมืองไทย พร้อมเป้าหมายมุ่งระดับโลก กับอภิมหาโปรเจกต์ 6 โครงการศูนย์การค้าระดับโลกได้แก่ ดิ เอ็มโพเรียม ดิ เอ็ม ควอเทียร์ ดิ เอ็มสเฟียร์ บลูพอร์ต บลูเพิร์ล และแบงค็อก มอลล์ ด้วยงบลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท

มาถึงวันนี้ ศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธานกรรมการ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป และประธานกรรมการ บริษัท ดิ เอ็มโพเรียม กรุ๊ป ประกาศความพร้อมเปิดให้บริการ ดิ เอ็มดิสทริค ที่มีมูลค่าลงทุนรวม 2 หมื่นล้านบาท และหากรวมงบลงทุนของพันธมิตรในโครงการแล้วจะเพิ่มเป็น 5 หมื่นล้านบาท โดยจะประเดิมจาก ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ในวันที่ 27 มี.ค.นี้ ส่วน ดิ เอ็มสเฟียร์จะเริ่มก่อสร้างปลายปีนี้และพร้อมให้บริการในปี 2559

ศุภลักษณ์ เปิดเผยว่า การสร้างย่านศูนย์การค้าให้เกิดและเป็นที่รู้จักรวมถึงดึงดูดให้ลูกค้าทั้งคนในประเทศและชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการเหมือนย่านดังระดับโลกอย่าง นิวยอร์ก ปารีส ญี่ปุ่น ต้องมีหลายองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งที่พักอาศัย ศูนย์กลางธุรกิจ สวนสาธารณะ ศูนย์การค้าและความบันเทิง ตลอดจนการเดินทางที่สะดวกสบาย ซึ่งถนนสุขุมวิทและทำเลของดิ เอ็มดิสทริค ตอบโจทย์ได้ทั้งหมด

"การสร้างย่านการค้าในกรุงเทพฯ วันนี้ต้องยอมรับว่า สยามสแควร์ เป็นดาวน์ทาวน์อยู่แต่หนาแน่นมาก เราจึงคิดว่าควรสร้างย่านการค้าใหม่ขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่ไทยถือเป็นฮับของภูมิภาค ซึ่งสุขุมวิทเหมาะที่สุด จึงใช้เวลา 3-5 ปี วางโครงการและรวบรวมที่ดินรวมกว่า 50 ไร่ พื้นที่โครงการรวม 6.5 แสนตารางเมตร สำหรับสร้างดิ เอ็มดิสทริค"

นอกจากปัจจัยแวดล้อมข้างต้นแล้ว การทำตลาดอย่างยิ่งใหญ่และต่อเนื่อง ก็ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการทำให้ย่านการค้าเป็นที่รู้จัก จึงเตรียมใช้งบทำตลาดช่วง 4 เดือนของการเปิดตัวโครงการถึง 500 ล้านบาท และจะจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งคาดว่าปีนี้จะใช้งบทำตลาดไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

"การเปิดตัวโครงการใหญ่ที่มีเป้าหมายเป็นย่านการค้าเทียบชั้นระดับโลก จะจุดพลุครั้งเดียวแล้วจบไม่ได้ เราจึงจัด 3 งานใหญ่ ใน 3 คอนเซ็ปต์ สำหรับเปิดตัวโครงการ ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.-31 ก.ค. 2558 เริ่มจากงาน “แฟชั่น เอ็กซ์ตรอดิแนร์” ภายใต้คอนเซ็ปต์ แฟชั่น อินเวชั่น ที่ผนึกกำลังซุูเปอร์แบรนด์ แบรนด์เนมชั้นนำระดับโลก และชั้นนำของไทยกว่า 400 แบรนด์ มอบโปรโมชั่นพิเศษและของรางวัลมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

จากนั้นตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. เป็นต้นไป จัดงาน “ไดนิ่ง เอ็กซ์ตรอ ดิแนร์” ภายใต้คอนเซ็ปต์ เดอะ เอ็นเลส เจอร์นีย์ ออฟ ไดนิ่ง เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มร้านอาหารที่มีกว่า 200 ร้าน พร้อมเปิดตัว เดอะ เฮลิกส์ ที่รวบรวมสุดยอดร้านอาหารชั้นนำ 50 ร้านไว้พร้อมทำเลที่สามารถหมุนชมทัศนียภาพโดยรอบ

สำหรับงานที่ 3 จะเป็น "เวิลด์ เอ็กซ์ตรอดิแนร์” การเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยกิจกรรมการแสดงระดับโลก อาทิ มหกรรมการแสดง ทรีดี แมปปิ้ง เอ็กซ์ตรอดิแนร์ เทคนิคการฉายภาพบนสถาปัตยกรรมของอาคารศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ การแสดง แสง สี เสียง และสื่อผสมผสานสุดอลังการ ด้วยทีมงานระดับโลก คอนเสิร์ตของมาดอนนาซูเปอร์สตาร์ระดับโลก และพิธีเปิดซูเปอร์ โบว์ ที่สหรัฐอเมริกา เป็นต้น

“การเปิดให้บริการของ ดิ เอ็มดิสทริค จะเป็นแม่เหล็กสำคัญที่จะช่วยดึงดูดลูกค้าจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะเข้ามาทดแทนกำลังซื้อจากนักช็อปชาวไทยที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก โดยคาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มจาก 27 ล้านคนในปีนี้เป็น 40 ล้านคนภายใน 3-5 ปีจากนี้"

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าเมื่อ ดิ เอ็มดิสทริค เปิดให้บริการจะมีลูกค้ามาใช้บริการกว่า 1.5 แสนคน/วัน แบ่งเป็นคนไทย 60% และชาวต่างชาติอีก 40% พร้อมวางเป้าหมายยอดขายช่วง 4 เดือนแรกที่อัดโปรโมชั่นและจัดงานใหญ่ที่ทำได้ถึง 1 หมื่นล้านบาท และจะส่งผลให้ยอดขายของเดอะมอลล์ กรุ๊ป เติบโตขึ้นเป็น 5.3 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปี 2557

ศุภลักษณ์ปิดท้ายว่า โครงการนี้ ไม่ได้ทำเพื่อเดอะมอลล์ กรุ๊ป เท่านั้น แต่ยังหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าและการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก และทำให้คนไทยมีความสุขไปด้วยกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท