posttoday
หมดยุคเลือกข้าง ชี้ช่องเข้าถึง ‘จีน’

หมดยุคเลือกข้าง ชี้ช่องเข้าถึง ‘จีน’

18 มีนาคม 2558

โดย...สมหทัย โมสิกะ

โดย...สมหทัย โมสิกะ

คงคุ้นเคยกับคำถามที่ว่า “ไทย” ควรจะทำตัวอย่างไร ควรจะบริหารความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจที่กำลังเข้ามากระชับความสัมพันธ์กับอาเซียนยุคนี้ได้อย่างไร หากใกล้ชิดกับมหาอำนาจรายหนึ่ง หมายความว่า ไทยได้เลือกข้าง และต้องห่างเหินกับมหาอำนาจรายอื่นหรือไม่

ในมุมมองของ สารสิน วีระผล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ อดีตนักการทูต เห็นว่า หมดสมัยที่จะคิดว่า หากใกล้ชิดฝั่งหนึ่ง จะต้องห่างเหินกับอีกฝั่งแล้ว แต่ต้องการให้พิจารณาว่า ผลประโยชน์ของประเทศไทยคืออะไร จะได้ประโยชน์จากการคบค้ากับประเทศอื่นอย่างไรบ้าง สมัยนี้จะต้องคบค้ากับทุกฝ่าย เพราะผลประโยชน์กระจายตัว

“สมัยนี้เราจะต้องเป็นมิตรกับทุกคน ไม่ใช่สมัยก่อน ที่จะโอนเอนไปฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ได้ ตอนนี้เราต้องรู้ก่อนว่าตัวเองต้องการอะไร บางทีการมีความหลากหลายอาจจะดีกว่า”

ขณะเดียวกัน ก็ชี้ให้เห็นถึงจุดเด่นของไทยที่เป็นแรงดึงดูดให้ประเทศอื่นต้องการเข้ามาสานสัมพันธ์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากร บุคลากร และตลาด ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ไทยน่าจะทำก็คือ การเปิดกว้าง แทนการปิดตัวเอง ควรจะทำให้เหมือนกับสิงคโปร์ ที่เปิดเสรีให้ต่างชาติสามารถเข้ามาดำเนินธุรกิจต่างๆ ได้ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องพิจารณาด้วยว่า ธุรกิจในประเทศมีขีดความสามารถแข่งขันมากน้อยเพียงใด

สำหรับภาคธุรกิจที่มีความโดดเด่นและควรส่งเสริมพัฒนาต่อไปนั้น สารสิน ชี้ว่า ได้แก่ การท่องเที่ยว ธุรกิจเทรดดิ้ง การกระจายสินค้า โดยไทยได้เปรียบในแง่ของการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน สามารถใช้เป็นศูนย์กระจายสินค้าไปยังประเทศใกล้เคียงได้สะดวก ซึ่งหากต้องการให้ธุรกิจนี้เติบโตจะต้องสร้างระบบรถไฟ ระบบขนส่งโลจิสติกส์ให้ดี

นอกจากสองธุรกิจข้างต้นแล้ว อุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ก็เป็นสิ่งที่ไทยควรสนับสนุน จะต้องพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น ขณะเดียวกันไทยต้องเร่งดึงนักลงทุนด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีให้เข้ามาลงทุนมากขึ้นด้วย

เมื่อถามถึงโอกาสในประเทศจีน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านนี้สารสิน ฉายภาพชัดเจนว่า ประเทศจีนต้องการสินค้า ยังมีอาหารไม่เพียงพอ โดยพร้อมนำเข้าสินค้าจากทั่วโลก อีกทั้งยังต้องการการลงทุนอีกมาก เพราะมีนโยบายขยายชุมชนเมือง ต้องการสร้างเมืองใหม่อีก 700 แห่ง แต่ละแห่งต้องมีประชากรอย่างน้อย 1 ล้านคน ซึ่งเป็นโอกาสการลงทุนมหาศาล

การเจาะตลาดจีนสมัยนี้ ยังสามารถทำได้สะดวกกว่าเดิม โดยอาศัยช่องทาง “อีคอมเมิร์ซ” หรือการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ที่กำลังได้รับความนิยมและถือเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการสินค้าไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก เพราะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านหรือเงินทุนสูง สามารถจำหน่ายสินค้าได้ทุกประเภท และตอนนี้ชาวจีนนิยมซื้อสินค้าออนไลน์มาก

“อีคอมเมิร์ซเป็นธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างมากในจีน มีอาลีบาบาเป็นเว็บช็อปปิ้งออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูง สามารถเข้าถึงชาวจีนทั่วประเทศ ผู้ประกอบการไทยสามารถขายสินค้าได้ทุกอย่างผ่านช่องทางนี้ อาลีบาบามีฐานใหญ่อยู่ที่คุนหมิง ซึ่งจะรับสินค้าจากทางใต้ เพื่อกระจายต่อไปทั่วประเทศ”

ทั้งนี้ ข้อมูลจากไอรีเสิร์ช ระบุว่า ตลาดออนไลน์ในจีนเติบโตแบบก้าวกระโดด จากมูลค่าประมาณ 7.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2553 เป็น 2.95 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2556 และคาดว่าในปี 2560 มูลค่าจะพุ่งแตะระดับ 7.13 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งที่ผ่านมาการช็อปปิ้งออนไลน์ในจีนประมาณ 80% เป็นการซื้อขายผ่านอาลีบาบา

สารสิน ทิ้งท้ายว่า หากต้องการเข้าไปลงทุนในจีน สิ่งสำคัญคือต้องมองเห็นตลาดก่อน ควรเริ่มจากการค้าขายสินค้า เมื่อมีตลาดชัดเจน อาจเข้าไปลงทุน แถมสมัยนี้ยังสามารถเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นของจีนได้อีกด้วย ขณะเดียวกันก็อาจดึงจีนเข้ามาร่วมทุนในไทย เช่น เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบในไทยอย่างแปรรูปยาง เครื่องจักรกล ชิ้นส่วนต่างๆ

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล