
มีบัตรเครดิตกี่ใบดี
โดย...เมาท์ คลองเตย
โดย...เมาท์ คลองเตย
ช่วงหลายเดือนมานี้ ยายเมาท์ได้รับโทรศัพท์จากสถาบันการเงิน ทั้งเล็ก ทั้งใหญ่ ชวนให้ไปเป็นหนี้ ใช้สินเชื่อเงินสด ทำบัตรเครดิต ผ่อนสินค้า เป็นสมาชิกฟิตเนส เยอะแยะไปหมด ซึ่งพนักงานที่โทรมาหากโชคดีไม่โทรมาตอนที่กำลังยุ่งก็จะได้รับการปฏิเสธอย่างสุภาพ แต่หากโทรมาตอนที่ยายเมาท์ขับรถ ประชุม หรือกำลังทะเลาะกับใครอยู่ ก็ถือว่าโชคร้าย เพราะจะไม่เจอสัมมาวาจาจากยายเมาท์
มีอยู่วันหนึ่งมีสาวน้อยจากธนาคารต่างชาติบนถนนสาทรชวนทำบัตรเครดิต บังเอิญยายเมาท์กำลังนอนให้น้ำเกลืออยู่เลยชวนคุยตามประสาคนว่าง ถามว่าวันๆ หนึ่งนี่โทรมาหาลูกค้าได้ลูกค้าบ้างไหม เธอบอกว่าช่วงนี้เหนื่อยหน่อย เพราะลูกค้าที่ดีก็มีบัตรเครดิตกันหมดแล้ว คนที่อยากมีบัตรเครดิตบางคนส่งใบคำขอเข้าไปก็โดนปฏิเสธออกมา
เธอบอกว่า ไม่ได้รับค่าคอมมิชชั่นเพราะเป็นพนักงานประจำ แต่ถ้าหากลูกค้าทำบัตรเครดิตจากการชักชวนของเธอก็จะได้นับเป็นเคพีไอ คือนับเป็นผลงานเวลาประเมินผลงานประจำปีก็อาจจะได้รับการขึ้นเงินเดือนหรือได้โบนัสพิเศษ
ว่าแล้วเธอก็ขอดื้อๆ เลยว่า ให้ช่วยทำบัตรเครดิตให้หน่อย แล้วช่วยใช้เดือนละครั้งสัก 6 เดือน แล้วจะยกเลิกบัตรเครดิตก็ได้ เพราะเข้าใจว่ายายเมาท์มีบัตรเครดิตเยอะแล้ว
ยายเมาท์ยกย่องที่เธอเป็นพนักงานขายที่พูดตรงๆ กับลูกค้า แต่ก็สงสัยว่าหากลูกค้าถือบัตรเครดิตเพราะถูกขอร้องและยกเลิกบัตรไปทุก 6 เดือน ธนาคารเจ้าของบัตรจะคุ้มค่าที่ลูกค้าถือบัตรเครดิตหรือ ทุกอย่างมีต้นทุนและพนักงานก็ต้องเวียนหาลูกค้าใหม่เรื่อยไป
ที่ยายเมาท์เขียนมานี่ ก็เพราะไม่เห็นประโยชน์ของการมีบัตรเครดิตหลายใบ ควรจะมีบัตรเครดิตสัก 2-3 ใบก็พอ ในกรณีที่เกิดเรื่องไม่คาดคิด เช่น แถบแม่เหล็กเสีย หรือวงเงินเต็ม หรือเกิดความขัดข้องในระบบ เป็นต้น
การมีบัตรเครดิตหลายใบจะทำให้ท่านใช้บัตรเครดิตไม่มีประสิทธิภาพ แทนที่จะได้คะแนนสะสมหรือส่วนลดอย่างเต็มที่ ก็ต้องไปใช้เฉลี่ยกัน คะแนนที่ได้ก็เป็นเบี้ยหัวแตก แต่ละใบไม่มากพอที่จะไปแลกของสมนาคุณหรือส่วนลดเพิ่มใดๆ ได้ ซึ่งถือว่าเป็นการใช้สิทธิประโยชน์ในบัตรไม่คุ้มค่า
นอกจากนี้ การมีบัตรเครดิตมากก็ทำให้หลงลืมได้ง่ายว่าใบนี้ใช้เงินไปเท่าไหร่ ชำระเงินไปแล้วหรือยัง เป็นต้น
ยายเมาท์ไม่ส่งเสริมให้คนใช้จ่ายเงินเกินตัว และไม่มีวินัยในการใช้เงิน เพราะมันจะเป็นบ่อเกิดที่ทำให้คนเป็นหนี้







