
รัฐแก้กฎหมายรีดภาษีเอกชน
รัฐบาลติดเครื่อง อนุมัติแก้ประมวลรัษฎากร ฟันคนเลี่ยงภาษีเจอดีถึงขั้นติดคุกตั้งแต่ 3 เดือน-7 ปี
รัฐบาลติดเครื่อง อนุมัติแก้ประมวลรัษฎากร ฟันคนเลี่ยงภาษีเจอดีถึงขั้นติดคุกตั้งแต่ 3 เดือน-7 ปี
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับความผิดทางอาญา เพื่อแก้ปัญหาการหลีกเลี่ยง จงใจสำแดงภาษีอันเป็นเท็จ
กฎหมายใหม่ที่แก้ไข จะเพิ่มเติมกรณีไม่ปฏิบัติตามมาตรา 69 คือ ฝ่าฝืนหน้าที่ในการแนบเอกสารพร้อมการยื่นแบบแสดงรายการภาษี ต้องระวางโทษปรับด้วย จากเดิมมาตรา 69 บัญญัติให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยื่นแบบแสดงรายการภาษี พร้อมด้วยบัญชีงบดุล บัญชีทำการ บัญชีกำไรขาดทุน บัญชีรายรับ รายจ่าย หรือบัญชีรายรับก่อนหักรายจ่าย ที่มีผู้สอบบัญชีภาษีอากรตามมาตรา 3 สัตต ทำการตรวจสอบและรับรอง แต่ไม่มีบทบัญญัติใดกำหนดมาตรการบังคับสำหรับการไม่ปฏิบัติ จึงทำให้ขาดสภาพบังคับ จึงต้องแก้ไขเพิ่มอำนาจปรับ
นอกจากนี้ จะแก้ไขเพิ่มเติมให้การกระทำความผิดเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรตามมาตรา 37 ให้ครอบคลุมถึงการขอคืนภาษีอากรอันเป็นเท็จด้วย เนื่องจากมาตรา 37 ทวิ บัญญัติให้ผู้ใดเจตนาละเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งมีบทลงโทษที่น้อยกว่ากรณีการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรตามบทบัญญัติในมาตรา 37 จึงไม่เป็นธรรม ในส่วนที่เกี่ยวกับบทลงโทษทางอาญา
ดังนั้น จึงเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติม โดยกำหนดให้การกระทำอันเป็นการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรตามมาตรา 37 ทวิ ให้มีอัตราโทษเดียวกับมาตรา 37 คือ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน-7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000-2 แสนบาท โดยยกเลิกมาตรา 37 ทวิ
นอกจากนี้ ให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 90/4 (6) ให้เพิ่มบทกำหนดโทษเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่มให้ครอบคลุมถึงการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มอันเป็นเท็จด้วย จากเดิมที่ลงโทษสำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนโดยเจตนาหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม กระทำการใดๆ โดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย
แหล่งข่าวจากกรมสรรพากร ชี้แจงว่า การแก้ประมวลรัษฎากรครั้งนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีนิติบุคคล และทำให้นิติบุคคลต้องสำแดงรายการภาษีที่ถูกต้อง ป้องกันการหลบหลีกภาษี







