
ครม.ไฟเขียวกู้5.7หมื่นล้านทำโครงการน้ำ-สร้างถนน
"นายกฯ" เผย ครม.ไฟเขียวกู้เงิน 5.7 หมื่นล้าน บริหารจัดการน้ำ-ก่อสร้างถนน ชี้สร้างรถไฟฟ้าต้องเกิดประโยชน์ต่อประชาชน
"นายกฯ" เผย ครม.ไฟเขียวกู้เงิน 5.7 หมื่นล้าน บริหารจัดการน้ำ-ก่อสร้างถนน ชี้สร้างรถไฟฟ้าต้องเกิดประโยชน์ต่อประชาชน
เมื่อวันที่ 17 มี.ค. เวลา 14.30น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางการกู้เงินรวม 5.7 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการบริหารจัดการน้ำ 2.3 หมื่นล้านบาท และโครงการก่อสร้างถนน 3.4 หมื่นล้านบาท โดยมีการใช้เงินกู้ไปบ้างแล้ว ส่วนรายละเอียดต้องไปถามกรมทางหลวง เพราะมีแผนงานอยู่แล้ว อย่างวันนี้มีการประกาศภัยแล้วใน 29 จังหวัด ก็ต้องปรับโครงการอื่นแล้วนำงบมาใส่ส่วนนี้เพิ่มขึ้น โดยต้องดูสถานการณ์ด้วย นอกจากกนี้การอนุมัติงบประมาณนั้นก็เพื่อส่งเสริมให้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย
นายกฯ กล่าวถึง โครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคของประเทศ ว่า รัฐบาลเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ทั้งระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้า 10สาย โดยจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ พยายามให้ทันปี พ.ศ.2561-2562 วันนี้ได้ให้นโยบายว่า การสร้างรถไฟ มีหลายอย่าง 1.รัฐลงทุนร่วม 2.เอกชนลงทุน ซึ่งทั้งหมดต้องเกิดประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง และไม่ทำให้ค่าโดยสารแพงขึ้น การบริการต้องดีกว่าเดิมประชาชนต้องมีความพอใจ รัฐบาลพร้อมชี้แจงทุกเรื่อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในการประชุมครม.วันนี้มีกว่า 70 เรื่อง โดยเป็นการแก้ไขปัญหาในช่วงที่ผ่านมารวมทั้งแนวทางใหม่ ในการขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยได้ตกลงกันว่าจะเพิ่มแนวทาง ในพื้นที่เดิม โดยหลายๆอย่างต้องเป็นไปตามข้อกฎหมาย ทั้งผังเมือง การจัดเตรียมระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน การไฟฟ้าและประปา รวมทั้งสิทธิประโยชน์ในการลงทุน ซึ่งวันนี้ในเรื่องของสิทธิประโยชน์นั้น มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก ซึ่งการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษจะมีทั้งการลงทุนในบีโอไอ เป็นการจัดตั้งโรงงานตามปกติ ของกระทรวงอุตสาหกรรม นอกจากนี้ตนต้องการให้พื้นที่ดังกล่าวนี้ ให้กระทรวงมหาดไทยได้เสาะหาพื้นที่ว่างเปล่าของหลวง ซึ่งอาจมีการแก้ไขกฎหมาย เพื่อสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ โดยจะใช้ส่งเสริมใน 3 เรื่องคือ 1.ส่งเสริมเศษรกิจบีโอไอในลักษณะนิคมอุตสาหกรรม 2.ให้เอกชนมาเช่าพื้นที่เพื่อบริหารจัดการให้เกิดการแข่งขัน 3.เสริมเอสเอ็มอีในพื้นที่ ให้เกิดความเข้มแข็ง
ทั้งนี้คิดว่าจะมีความก้าวหน้า สามารถดำเนินการในระยะที่1 ได้ภายในปีนี้ เพื่อเป็นการนำร่อง ขณะที่หลายบริษัทในต่างประเทศต่างสนใจเข้ามาลงทุน ส่วนการจัดหาแรงงานนั้นกระทรวงแรงงานกำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งแรงงานต่างชาติในประเทศเพื่อนบ้านจะเข้ามา โดยต้องจดทะเบียนเพิ่มขึ้นให้เป็นแรงงานแบบเช้าไปเย็นกลับ และอีกส่วนคือแรงงานที่เข้ามารับจ้างตามฤดูกาล เช่น ตัดอ้อย ขุดมัน นอกจากนี้ยังมีแรงงานรายปี ซึ่งรัฐบาลจะต้องแก้ปัญหาในการขึ้นทะเบียนให้กับแรงงานรายปี เพราะทำงานได้สักพักก็จะเปลี่ยนนายจ้าง และตนได้ย้ำไปยังองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ให้ช่วยกำกับดูแลในการจดทะเบียนเพื่อป้องกันไม่ให้แรงงาน ย้ายไปยังถิ่นฐานอื่น
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ที่รัฐบาลใช้งบลงทุนถึง 30% ซึ่งดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆมา ที่เป็นไปตามเป้าเพราะมีการขับเคลื่อนในทุกส่วน โดยให้หน่วยงานในพื้นที่เข้าไปดูความต้องการของประชาชนพร้อมกับปรับแก้ และคาดว่าจะได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์แน่นอน และอยากฝากไปยังภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างขอให้สบายใจ รัฐบาลขับเคลื่อนได้มากแล้ว จากที่ทำสัญญาไว้แล้ว ต่อไปก็คงเริ่มการก่อสร้างได้ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ดีขึ้น







