posttoday
แบงก์รากหญ้าคลอดยาก

แบงก์รากหญ้าคลอดยาก

21 มิถุนายน 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — ธปท.เผยข้อจำกัดดอกเบี้ย 15% ตามกฎหมาย ดับฝันเกิดไมโครไฟแนนซ์

นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การผลักดันให้ธนาคารพาณิชย์หันให้บริการทางการเงินระดับฐานราก (ไมโครไฟแนนซ์) อาจเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่สำหรับธนาคารพาณิชย์ ขณะที่ ธปท.ยังอยู่ในขั้นตอนการหารูปแบบธุรกิจ (Business Model) ที่เหมาะสม

ปัญหาขณะนี้คือการคิดอัตราดอกเบี้ยที่กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้ได้ไม่เกิน 15% ซึ่งขัดกับการคิดดอกเบี้ยที่ ธปท.อยากให้เป็นในไมโครไฟแนนซ์ ที่จะเปิดให้คิดได้ตามความเสี่ยง จึงต้องหาจุดลงตัวให้ได้

“ถ้ามีปัญหาให้คิดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 15% ก็คงเกิดได้ยาก” นางธาริษา กล่าว

ทั้งนี้ การให้สินเชื่อไมโครไฟแนนซ์เป็นการให้สินเชื่อแก่คนที่ไม่เคยมีประวัติทางการเงินมาก่อน และไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์มาค้ำประกัน ทำให้กลุ่มผู้มาใช้บริการมีความเสี่ยงสูง ถ้าให้ดอกเบี้ยได้จำกัดตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ผู้เล่นรายเดิมและรายใหม่ที่สนใจมาให้บริการอาจจะไม่กล้าเสี่ยงทำธุรกิจนี้

นอกจากนั้น ธนาคารพาณิชย์ไทยยังไม่สนใจที่จะทำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ เพราะมองการทำธุรกิจในรูปแบบเก่าๆ ดังนั้นโจทย์สำคัญคือจะต้องหาธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ ที่ผิดไปจากรูปแบบธุรกิจที่ทำกันในปัจจุบัน และเป็นรูปแบบที่ธนาคารพาณิชย์ในต่างประเทศทำแล้วประสบความสำเร็จ ที่สำคัญลักษณะรูปแบบต้องเหมาะสมกับคนไทย

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า แนวคิดการทำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในแต่ละประเทศจะมีลักษณะไม่เหมือนกัน เช่น อินโดนีเซีย หรือฟิลิปปินส์ ที่ประเทศเป็นเกาะต้องการบริการโอนผ่านมือถือ ส่วนไทยเบื้องต้นถ้าดูจากผลการสำรวจที่พบว่า ประชากรกว่า 9% ของประชากรทั้งหมด ยังไม่มีแม้บัญชีเงินฝาก และส่วนที่เหลือ 92% อาจจะมีบัญชีเงินฝาก แต่การใช้บริการอย่างอื่นๆ ยังไม่มี เนื่องจากอยู่ห่างไกลจากสำนักงานสาขาหรือแหล่งให้บริการ บวกกับการเดินทางไม่สะดวกเสียเวลามาก จึงเลือกไม่ไปทำธุรกรรม ดังนั้นแม้ว่าโมบายแบงกิงจะประสบความสำเร็จในหลายประเทศก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้กับรูปแบบในประเทศไทยได้ทั้งนี้ วัตถุประสงค์การผลักดันบริการไมโครไฟแนซ์ของธปท.ไม่ได้มุ่งให้ประชากรเข้าถึงเงินกู้ได้อย่างเดียว แต่ต้องการให้คนกลุ่มที่มีรายได้ไม่มากนักสามารถมีทางเลือกในการออม ในรูปแบบที่เหมาะสมกับตัวเองซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีขึ้นด้วย โดยไมโครไฟแนนซ์ที่จะเกิดขึ้นมาควรมีส่วนช่วยให้การบริหารจัดการเงินออมที่ดีขึ้นด้วย นอกเหนือจากการใช้บริการฝากเงินเท่านั้น อย่างไรก็ตามสุดท้ายธนาคารพาณิชย์จะทำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์หรือไม่ ขึ้นอยู่กับธนาคารพาณิชย์เอง ธปท.ไม่ได้บังคับ แต่จะอยู่ในฐานะผู้สนับสนุนเท่านั้น และการให้บริการฐานรากบางส่วนสถาบันการเงินเฉพาะกิจกของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์เพื่อการเกษตร (ธ.ก.ส.) สหกรณ์ชุมชนต่างๆ ก็ทำธุรกิจลักษณะนี้ไปบางแล้ว

ด้านนายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ถึงไมโครไฟแนนซ์จะยังไม่สามารถเกิดได้ในเร็วๆนี้ก็ไม่กระทบระบบการเข้าถึงบริการมากนัก เนื่องจากระบบการให้บริการของรัฐผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจก็ยังสามารถตอบโจทย์ผู้เข้าไม่ถึงบริการได้บางส่วน เช่น ธ.ก.ส.เน้นให้บริการในชนบท ธนาคารออมสินเน้นบริการชุมชนเมือง สหกรณ์ออมทรัพย์ต่างๆก็ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม ได้ ยังพอมีเวลาศึกษารูปแบบที่เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตามหากแนวคิดเรื่องไมโครไฟแนนซ์เปิดให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้ได้ตามความเสี่ยง การที่กฎหมายเพ่งและพาณิชย์กำหนดให้บริษัททั่วไปซึ่งไม่ได้จัดตั้งขึ้นเป็นธนาคารพาณิชย์คิดดอกเบี้ยเงินกู้ได้ไม่เกิน 15% ถือเป็นข้อจำกัดกับธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ มีความเป็นไปได้สูงว่าถ้าให้ไมโครไฟแนนซ์ ซึ่งยังไม่ชัดว่าจะให้เกิดขึ้น ในรูปแบบธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทร่วมทุนทั่วไปที่ผู้ประกอบทั่วไปทำได้อาจจะไม่เกิดขึ้น เพราะปัจจุบันนี้กฎหมายยกเว้นให้เฉพาะธนาคารพาณิชย์เท่านั้นที่คิดดอเบี้ยได้เกิน 15% แต่บริษัททั่ว นิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาห้ามคิดดอกเบี้ยเกิน 15% ส่วนดอกเบี้ยในปัจจุบันที่ธปท.กำหนดเพดานไว้ เช่น บัตรเครดิตไม่เกิน 20% สินเชื่อสว่นบุคคลไม่ไเกิน 28% ถือว่าเพหมาะสมอยู่แล้ว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ