
มองเศรษฐกิจด้านบวก (บ้าง)
โดย...ธนิต
โดย...ธนิต
ช่วงนี้มีข่าวเศรษฐกิจทางลบค่อนข้างมาก ขณะเดียวกันการประชุมทูตพาณิชย์ทั่วโลกเมื่อวานนี้ดูว่ายังมีความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว โดยอาจมีการปรับเป้าส่งออกใหม่ ส่วนเศรษฐกิจในประเทศยังทรงตัวจากปัญหาสินค้าเกษตรเกือบทุกชนิดราคาตกต่ำ โดยเฉพาะยางพาราหลังจากรัฐบาลยุติการแทรกแซงราคา ทำให้ราคายางชั้น 3 ลดลงฮวบฮาบ สัปดาห์เดียวหายไปถึง 12 บาท/กิโลกรัม
ฉบับนี้ผมตั้งใจจะเขียนเรื่องที่อ่านแล้วสบายใจบ้าง เริ่มต้นจากข่าวดีระดับชาวบ้าน จากการที่ท่านนายกฯ สั่งเบรกเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเดิมว่าจะไปเล่นเฉพาะพวกเศรษฐีสะสมที่ดิน กลับกลายเป็นชาวบ้านชนชั้นกลางระดับทาวน์เฮาส์ยังเดือดร้อน
อีกข้อมูลหนึ่งวัดพระธรรมกายคืนเงิน 864 ล้านบาท ให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ถึงแม้จะผ่อน 6 งวด ก็ยังดีกว่าไม่ได้เงิน นอกจากนี้ราคาน้ำมันโลกลดต่ำต่อเนื่องไปอยู่ที่ระดับ 44.4 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดย 2-3 วันที่ผ่านมาราคาลดลง 5-6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แต่ ปตท.จะลดลงเท่าไหร่ก็ลองไปดูที่ปั๊มน้ำมันกันเอง
นอกจากนี้ ตัวเลขที่แสดงว่าเศรษฐกิจอาจไม่เลวร้ายกว่าปีที่ผ่านมา จากการที่ค่ายรถยนต์ รถปิกอัพ รถจักรยานยนต์ออกมาให้ข่าวว่าตัวเลขขายครึ่งปีแรกอาจทรงตัวไม่เลวกว่าปีที่แล้ว แต่ถ้าจะให้ดีคงต้องไปรอหลังไตรมาส 2 โดยภาพรวมแล้วอุตสาหกรรมยานยนต์จะโตร้อยละ 4.3 ในขณะที่ตัวเลขการขายจักรยานยนต์ปีนี้จะขยายตัว 3% จากปีที่แล้วติดลบ -15%
ด้าน กนง. หรือคณะกรรมการนโยบายการเงินประกาศได้ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ส่วนธนาคารพาณิชย์จะไปปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้อย่างไรคงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะอยู่ในช่วงที่แบงก์ระมัดระวังการปล่อยกู้ ตัวเลขที่กล่าวนี้คงสะท้อนเศรษฐกิจในทางบวกได้บ้าง
สำหรับเสถียรภาพทางการเมือง เรตติ้งของรัฐบาลจากการสำรวจของสวนดุสิตโพลพบว่าประชาชนยังมีความมั่นใจรัฐบาลทั้งมากและน้อยรวมกันร้อยละ 83.13 ส่วนประเด็นด้านเศรษฐกิจประชาชนก็ไม่ค่อยแน่ใจว่ารัฐบาลจะรับมือได้ เอาเป็นว่าภาพรวมความเชื่อมั่นของรัฐบาลผ่านฉลุย และขอให้รัฐบาลเร่งการใช้จ่ายเงินตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและกรุณาระมัดระวังมาตรการอะไรที่ออกมาแล้วเป็นภาระของเอกชน
เห็นไหมครับ ข้อมูลดีๆ ที่ยกมาเป็นเพียงบางส่วน ลองคิดอะไรเป็นบวกก็ยังให้เห็นช่องทางและโอกาสอ่านแล้วสบายใจบ้าง แต่ก็อย่าเอาไปฝันหวานไม่ทำอะไรเลย สำหรับผู้ประกอบการโดยส่วนตัวผมว่าเราผ่านจุดเลวร้ายสุดไปแล้ว ที่เหลือคงเป็นประเด็นเศรษฐกิจล้วนๆ ...ทนมาปีเศษแล้ว รออีกหน่อยคงไหว
(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)







