
เปิดใจทายาทธุรกิจ สานต่ออาณาจักรจากรุ่นสู่รุ่น
โดย...จะเรียม สำรวจ
โดย...จะเรียม สำรวจ
การสานต่อกิจการของครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นอย่างมืออาชีพ ถือเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างมากสำหรับผู้ที่จะมารับหน้าที่สานต่อ เพราะนอกจากจะต้องปรับตัวให้สอดคล้องไปกับบุคลากรภายในองค์กรแล้ว ยังต้องนำพาธุรกิจก้าวไปสู่ความสำเร็จให้เหมือนหรือมากกว่ารุ่นที่ผ่านๆ มา
ยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อิตัลไทย กล่าวว่า ช่วงแรกที่เข้ามาทำงานในบริษัทถือว่าโชคดีอย่างมาก เนื่องจากคุณตา (นพ.ชัยยุทธ กรรณสูต) วางรากฐานไว้ดี ทำให้ทุกคนรู้จักอิตัลไทย แต่ช่วงแรกของการทำงานก็ต้องปรับตัวมาก ต้องใช้ความอดทนกว่าจะได้รับการยอมรับ
หลังจากได้รับการยอมรับก็มีหน้าที่ต้องสานงานต่อ พยายามขับเคลื่อนธุรกิจให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ เพราะทุกธุรกิจมีการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะธุรกิจบริการ ซึ่งหลังจากทุกอย่างเริ่มเข้าที่ ทายาทอิตัลไทยก็วางเป้าหมายธุรกิจในเครืออีก 5 ปี ต้องสร้างอาณาจักรให้มีรายได้ทะลุ 3 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันมีรายได้อยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท
เช่นเดียวกับทายาทกลุ่มบริษัท มาลีสามพราน ที่ออกมาประกาศเป้าหมายทางธุรกิจว่าจะต้องพาธุรกิจให้ก้าวสู่รายได้ 5,000 ล้านบาท และทะยานถึง 1 หมื่นล้านบาท ในอนาคตอันใกล้ หลังปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ให้มีความทันสมัยมากขึ้น
รุ่งฉัตร บุญรัตน์ กรรมการและรองผู้จัดการใหญ่สายการขายและการตลาด บริษัท มาลีสามพราน กล่าวว่า ช่วงแรกที่เข้ามาสานต่อธุรกิจถือว่ามีความกดดันพอสมควร เนื่องจากบุคลากรส่วนใหญ่มีอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี จึงต้องใช้วิธีการทำงานด้วยหลักเหตุและผล เพื่อให้บริษัทเดินไปข้างหน้าและดูเด็กมากขึ้น เพราะจากการทำแบรนด์เซอร์เวย์พบว่า แบรนด์สินค้าของบริษัทเทียบเท่ากับป้าจุ๊-จุรี โอศิริ หรือกล่าวได้ว่าเป็นแบรนด์เก่าแก่มาก
ดังนั้น ทายาทมาลีสามพรานจึงต้องปรับเกมรุกครั้งใหญ่เพื่อให้แบรนด์ดูเด็กลง ซึ่งสิ่งแรกที่ดำเนินการคือ การปรับโครงสร้างองค์กรด้วยการเพิ่มบุคลากรรุ่นใหม่เข้ามาเสริมทัพ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง
ในส่วนของทายาทฮั่วเซ่งเฮง หลังจากเข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัวก็เดินหน้าพัฒนาองค์กรทันที เพื่อให้ธุรกิจของฮั่วเซ่งเฮงก้าวไปข้างหน้า ด้วยการผสมผสานวัฒนธรรมการทำงานระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ให้มีความกลมกลืนกันมากที่สุด
ธนรัชต์ พสวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง กล่าวว่า การทำธุรกิจของรุ่นที่ผ่านมากับตอนนี้มีความแตกต่างกันอย่างมาก ทำให้ต้องปรับตัวให้ทัน ด้วยการเพิ่มบริการใหม่ๆ มาให้ลูกค้า เช่น การเปิดตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์ส และการซื้อขายทองคำผ่านระบบออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า
หลังจากออกมาปรับแผนการดำเนินงานดังกล่าว ส่งผลให้ปัจจุบันการซื้อขายทองคำผ่านระบบออนไลน์กลายเป็นช่องทางหลักที่นักลงทุนให้ความสนใจ
อีกหนึ่งธุรกิจที่มีความเก่าแก่อยู่ในตลาดมานานถึง 55 ปี คือ กลุ่มบริษัท สามมิตร หลังจากเปลี่ยนถ่ายให้ทายาทยุคที่ 3 เข้ามาดูแลธุรกิจก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของการบริหาร เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย
รัตนา สถิรมน รองกรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจต่างประเทศ บริษัท สามมิตรมอเตอร์ส แมนูแฟคเจอริง กล่าวว่า หลังจากเข้ามาสานต่อธุรกิจก็ได้มีการปรับเปลี่ยนธุรกิจ คือ หันมามองตลาดต่างประเทศไปด้วย เพราะทุกอุตสาหกรรมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
นอกจากนี้ การได้สานสัมพันธ์ทางครอบครัวด้วยการรับประทานอาหารร่วมกันในกลุ่มพี่น้อง 7 คน ของทายาทกลุ่มบริษัท สามมิตรฯ เพื่อรับฟังปัญหาและเปิดใจคุยกัน ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางความสำเร็จ
ในส่วนของกลุ่มบริษัท บี.กริม ก็เตรียมส่งทายาทสาว แคโรไลน์ ลิงค์ เข้ามาดูแลธุรกิจในเครืออย่างเต็มตัว หลังจากสะสมประสบการณ์ทำงานไม่ว่าจะเป็นงานด้านการเงินในเยอรมนีี หรือการตลาดในฮ่องกง
ด้าน สุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวตี้เจมส์ กล่าวว่า เริ่มช่วยธุรกิจครอบครัวตอนอายุ 22 ปี โดยมีพ่อกับแม่เป็นไอดอล ซึ่งแนวทางการสานต่อธุรกิจนับจากนี้จะทำให้ดีที่สุด
การออกมารับไม้ต่อของทายาทธุรกิจดังจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน คงยังไม่สามารถคาดเดาได้ในขณะนี้ แต่สิ่งที่รับรู้ตอนนี้คือ ทุกคนต้องการสร้างความก้าวหน้าให้กับธุรกิจของครอบครัว เพื่อส่งไม้ต่อให้กับรุ่นถัดไป







