posttoday
เครดิตสวิส-ดีบีเอสลดหุ้นไทย

เครดิตสวิส-ดีบีเอสลดหุ้นไทย

17 มีนาคม 2558

โบรกเกอร์ใหญ่ของสหรัฐ เครดิตสวิส และดีบีเอส วิคเคอร์ส ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ใหญ่จากสิงคโปร์ ยังคงลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นไทยหลังเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ามากและส่งผลกระทบในวงกว้าง

โบรกเกอร์ใหญ่ของสหรัฐ เครดิตสวิส และดีบีเอส วิคเคอร์ส ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ใหญ่จากสิงคโปร์ ยังคงลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นไทยหลังเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ามากและส่งผลกระทบในวงกว้าง

ล่าสุด ดัชนีหุ้นยังคงทรุดหนักเมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2558 ปิดตลาดที่ 1,515.57 จุด รูดลง 25.98 จุด หรือ 1.69% มูลค่าการซื้อขาย 45,357.76 ล้านบาท และระหว่างวันลดลงไปต่ำสุด 1,12.11 จุด สำหรับหุ้นที่กดดัชนีมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ บริษัท ปตท. (PTT) ปิดที่ 317 บาท ลดลง 7 บาท มีผลต่อดัชนี 2.13 จุด บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC ) ปิดที่ 512 บาท ลดลง 16 บาท มีผลต่อดัชนี 2.04 จุด บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ปิดที่ 103 บาท ลดลง 4.00 บาท กดดัชนี 1.69 จุด บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส ได้ปรับลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นเท่าตลาดจากเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ให้น้ำหนักมากกว่าตลาด ภายหลังจากการเติบโตของเศรษฐกิจไทยล่าช้าและน้อยกว่าคาด กําลังซื้อในประเทศยังคงซบเซา และต้องการแรงกระตุ้นจากการใช้จ่ายและลงทุนภาครัฐอย่างมาก

นอกจากนี้ เงินบาทแข็งค่ากว่าประเทศอื่นในภูมิภาค เมื่อเทียบเหรียญสหรัฐเป็นปัจจัยกดดันภาคส่งออก การที่เศรษฐกิจต้องใช้เวลาในการพลิกฟื้น ทําให้คาดการณ์ว่าดัชนีจะยังคงผ่านระดับ 1,600 จุดขึ้นไปค่อนข้างยาก การซื้อขายหุ้นน่าจะยังอยู่ในกลุ่มหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นหลัก ส่วนหุ้นขนาดใหญ่แนะทยอยหาจังหวะซื้อเพื่อลงทุนระยะกลาง-ยาว

ผลของเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ทำให้ดีบีเอสปรับลดการเติบโตของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปี 2558 เหลือ 3.6% จากเดิม 3.8% เนื่องจากเศรษฐกิจภายในฟื้นตัวช้ากว่าคาด การลงทุนภาครัฐเข้าสู่ระบบไม่เร็วนัก ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังซบเซาจากอัตราการใช้กําลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ต่ำ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการส่งออกที่ต่ำต่อเนื่อง ส่วนการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดยังช่วยหนุนตัวเลขจีดีพี โดยคาดว่าการเกินดุลจะยังดําเนินไปอย่างต่อเนื่อง และไม่ทำให้เงินบาทอ่อนค่าไม่มาก

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศอย่างเครดิตสวิสได้ออกคำแนะนำว่ายังคงลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย เพราะการเมืองมีความเสี่ยงมากขึ้น เศรษฐกิจที่อ่อนแอ ขณะที่ค่าสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ก็แพงและมีความเสี่ยงสูงที่จะมีการลดประมาณกำไรลงมา

ปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บล.ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ไม่น่าแปลกใจที่หุ้นไทยปรับตัวลดลง เพราะการเคลื่อนไหวของหุ้นไทยปัจจุบันไม่ได้แตกต่างจากปีก่อนที่ดัชนีลงไปถึงจุดต่ำสุดประมาณ 1,212 จุด และสูงสุดที่ 1,650 จุด ก่อนที่จะลดต่ำลงมาที่กว่า 1,400 จุด เพราะกลัวเงินไหลออกหากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ย ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยอ่อนแอ และมีข่าวลือต่างๆ นานา บริษัทยังคงแนะนำให้ลงทุนหุ้นไทยในระยะยาว 1 ปีขึ้นไป โดยไม่ต้องรีบซื้อรอจังหวะที่คาดว่าดัชนีจะฟื้นตัว โดยในภาวะที่ราคาน้ำมันลดลงแนะนำให้ซื้อหุ้นสายการบินอย่าง บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) และหุ้นที่ได้ดีจากโครงการขนาดใหญ่อย่างหุ้นกลุ่มก่อสร้าง

ชัย จิระเสวีนุประพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ลงทุน บริษัทหลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า หุ้นปรับตัวลดลงตั้งแต่เช้า ซึ่งเป็นผลมาจากเมื่อค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมาดัชนีค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้น ซึ่งผลของการแข็งค่าทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลดลงเกือบทั้งสิ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันและเมื่อดูการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยจะเห็นว่า วันนี้หุ้นในกลุ่มพลังงานนำโดย PTT และ PTTEP ปรับตัวลดลงมากและมีผลต่อดัชนี เพราะเป็นหุ้นขนาดใหญ่และหากยังไม่มีปัจจัยหนุนอื่นก็มีโอกาสที่ดัชนีจะลงไปทดสอบที่แนวรับ 1,500 จุด

“หุ้นดิ่งเป็นผลจากเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่ามากกว่าในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยของเฟด เพราะที่ผ่านมามีการตีความกันไปเอง แต่เฟดยังมีท่าทีเหมือนเดิมและจะเห็นว่าหุ้นยุโรปดีขึ้น เพราะเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่า ทำให้เงินยูโรอ่อนค่าลงและทำให้ภาคส่งออกของยุโรปมีหวังมากขึ้น”

ภาวะแบบนี้ยังไม่แนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อหุ้น แต่ให้ลองใช้วิธียืมหุ้นไปขายล่วงหน้า หรือขายขาดทุนและกลับมาซื้อในหุ้นตัวเดิม (ชอร์ต อะเกนพอร์ต)

บล.เคเคเทรด ระบุว่า หุ้นกลุ่มพลังงานถ่วงการปรับขึ้นของดัชนีหุ้นหลังราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับลดลงต่อเนื่องลงมาทดสอบ 53 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ ขณะเดียวกันนักลงทุนบางส่วนจะชะลอการลงทุนหรือขายทำกำไร เพื่อปิดความเสี่ยงรอผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐในคืนวันพุธนี้ 

เจริญ เอี่ยมพัฒนธรรม รองกรรมการผู้จัดการ บล.เคทีซีมิโก้ กล่าวว่า หุ้นไทยปรับตัวลงแรงจากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าคาดการณ์นักลงทุนผิดหวังต่อกระแสเงินทุนนักลงทุนต่างชาติที่คาดว่าน่าจะเห็นเม็ดเงินส่วนหนึ่ง หลังจากที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เริ่มใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. แต่ไม่เห็นแรงซื้ออย่างชัดเจนจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังอ่อนแอ แนะถือเงินสด ประเมินแนวรับ 1,487-1,500 จุด แนวต้าน 1,520-1,540 จุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท