
แผ่นเสียง ‘ยูอาร์พีเอ็น’ ธุรกิจโบราณกลางกระแสดิจิทัล
ทุกครั้งที่มีการผลิตเทคโนโลยีใหม่ขึ้นบนโลก ก็ถึงเวลาที่จะบอกลาเทคโนโลยีเก่าๆ
โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ
ทุกครั้งที่มีการผลิตเทคโนโลยีใหม่ขึ้นบนโลก ก็ถึงเวลาที่จะบอกลาเทคโนโลยีเก่าๆ เช่น การคิดค้นระบบเก็บข้อมูลบนโลกออนไลน์ (คลาวด์) ขึ้นมาแทนที่ฮาร์ดดิสก์ก็ทำให้อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์เข้าสู่ช่วงอาทิตย์อัสดงเลยทีเดียว
แต่กรณีดังกล่าวกลับไม่เกิดขึ้นจริงสำหรับธุรกิจผลิตแผ่นเสียงแห่งหนึ่ง เพราะแม้จะเห็นไฟล์เพลง “เอ็มพี3” เกลื่อนบนอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน แต่อุปกรณ์บันทึกเสียงอย่างแผ่นเสียง กลับยังยืนยงคงกระพันจนถึงทุกวันนี้
ร้าน ยูไนเต็ด รีคอร์ด เพรสซิ่ง ออฟ แนชวิล (ยูอาร์พีเอ็น) ในรัฐเทนเนสซี เป็นหนึ่งในโรงงานผลิตแผ่นเสียงที่ยังคงยืนหยัดอุดมการณ์ท่ามกลางกระแสยุคดิจิทัล ยูอาร์พีเอ็นเริ่มกิจการในปี 1949 ยังคงสามารถขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน
เจย์ มิลลาร์ หัวหน้าฝ่ายมาร์เก็ตติ้ง กล่าวว่าถึงยุคดิจิทัลว่า อันที่จริงเทคโนโลยีสมัยใหม่ไม่ได้ทำลายแผ่นเสียง แต่กลับเป็นการหนุนการเกิดใหม่ของยุคแผ่นเสียงต่างหาก
“ดิจิทัลคือที่สุดแห่งความสะดวกสบาย แต่แผ่นเสียงคือที่สุดแห่งประสบการณ์” มิลลาร์ กล่าว
ทั้งนี้ เทคโนโลยีทั้งสองส่งเสริมกันเองในตัว ไฟล์เพลงเอ็มพี3 ซึ่งเปิดให้ดาวน์โหลดอย่างง่ายดาย ทำให้ผู้คนมีพฤติกรรมที่จะฟังเพลงในทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่บนเครื่องบินหรือขณะจ๊อกกิ้ง ทำให้การฟังเพลงแทรกซึมเข้าสู่ชีวิตประจำวันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักฟังเพลงก็ยังต้องการ “เพลงที่จับได้เป็นชิ้นเป็นอัน” ซึ่งสิ่งนั้นก็คือคำตอบว่าทำไมธุรกิจแผ่นเสียงสามารถที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งได้ในยุคดิจิทัล
อีกหนึ่งในกลยุทธ์ความสำเร็จ คือ ยูอาร์พีเอ็นเลือกจับตลาดกลุ่มศิลปินอินดี้ โดยรับอาสาเป็นช่องทางให้กับศิลปินอินดี้ที่มีฝีมือ มีโอกาสบันทึกแผ่นเสียงเป็นของตนเอง แน่นอนว่าย่อมถูกใจบรรดาศิลปินที่อยากเห็นผลงานของตนเองฝากไว้ให้โลกอยู่แล้ว
ในช่วงแรกตลาดการเปิดให้อัดแผ่นเสียงยังเล็กๆ ส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในวงการศิลปินร็อกใต้ดิน ทว่าปัจจุบันตลาดขยายตัวไปมากทั้งฮิปฮอป อิเล็กทรอนิกส์ คลาสสิกก็มีให้เห็น
ทั้งนี้ บรรดาศิลปินส่วนใหญ่ชอบการบันทึกเสียงกับแผ่นเสียงมาก เพราะแผ่นเสียงไม่สามารถคัดลอกได้ด้วยคอมพิวเตอร์ ทำให้ศิลปินรู้สึกว่าผลงานของตนเองมีคุณค่ามากขึ้น
โรงงานผลิตซีดีแห่งนี้ยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังศิลปินหลายคนซึ่งโด่งดังขึ้นมา และล่าสุดยังทำแผ่นเสียงชุด “อัพสแตร์ แอท ยูไนเต็ด” ซึ่งเป็นการรวบรวมเพลงซึ่งเคยบันทึกแผ่นเสียงกับยูอาร์พีเอ็นไว้ โดยมีเพลงราว 453 เพลง ซึ่งรวมถึงวงอย่าง “เจฟ เดอะ บราเธอร์ฮูด” ซึ่งบันทึกด้วยระบบอะนาล็อกทั้งหมด
ด้าน มาร์ก ไมเคิลส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) คนปัจจุบัน เล่าให้ฟังว่า ในช่วงปี 2007 ซึ่งเป็นช่วงที่ไฟล์เพลงดิจิทัลกำลังเป็นของใหม่มาแรง ทว่า ยูอาร์พีเอ็นซึ่งถูกมองว่าเป็นธุรกิจที่กำลังจะตกยุคกลับขยายธุรกิจได้ จากการจ้างพลังงาน 40 คน เป็น 150 คน
โรงงานผลิตแผ่นเสียงแห่งนี้เดินเครื่องตลอด 24 ชม. และทำงานกัน 6 วัน/สัปดาห์ สามารถผลิตซีดีได้ 4 หมื่นแผ่น/วัน และคาดว่าจะผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าภายในสิ้นปี 2015 เมื่อโรงงานแห่งใหม่สร้างเสร็จ
ความสำเร็จของยูอาร์พีเอ็นพิสูจน์ได้จากการครองตลาดในเทนเนสซี โดยแผ่นเสียงที่วางขายอยู่ทั่วไปราว 30-40% ล้วนเป็นแผ่นเสียงของโรงงานแห่งนี้ทั้งนั้น
“เราจะก้าวไปพร้อมๆ กับอุตสาหกรรมดนตรี ตราบเท่าที่ยังมีการผลิตผลงานใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ” มิลลาร์ กล่าว







