posttoday
ภาษีบ้าน ภาษีที่ดิน ภาษีมรดก กระทบกับประชาชนอย่างไร

ภาษีบ้าน ภาษีที่ดิน ภาษีมรดก กระทบกับประชาชนอย่างไร

17 มีนาคม 2558

เป็นกระแสที่ร้อนแรงมากในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา กับ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

โดย...ชาติชาย พยุหนาวีชัย

เป็นกระแสที่ร้อนแรงมากในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา กับ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งกระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพจนล่าสุด นายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ชะลอการออก พ.ร.บ.ดังกล่าวออกไปก่อน เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนส่วนใหญ่ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาเรื่องโครงสร้างภาษีที่เหมาะสมในระยะยาว จึงเห็นได้ว่ารัฐบาลมีการคำนึงถึงภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และรับฟังมุมมองความเห็นที่แตกต่าง แม้เรื่องดังกล่าวจะอยู่ในอำนาจที่สามารถกระทำได้          

ก่อนหน้านี้มีหลายคนถามผมว่านโยบายการเก็บภาษีบ้านและที่ดิน จะทำให้คนซื้อบ้านยากขึ้นหรือไม่ และจะส่งผลต่อตลาดบ้านมือสองอย่างไร  

ผมขออธิบายโดยใช้ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์นะครับ เพราะจะง่ายต่อการทำความเข้าใจในเรื่องอุปสงค์อุปทานตามกลไกของตลาดเสรี และที่ผ่านมาก็มีมุมมองความเห็นของหลายๆ ฝ่าย ในเชิงเศรษฐกิจสังคมการเมืองให้ได้รับรู้กันอยู่แล้ว            

มองในมุมเจ้าของบ้านเดิมที่ถือกรรมสิทธิ์บ้านหลังเดิมอยู่และไม่ได้ใช้ประโยชน์อยู่อาศัยแล้ว เนื่องจากมีบ้านหลังใหม่ การถือกรรมสิทธิ์หลังเดิมไปยิ่งนานเท่าไร ยิ่งทำให้บ้านหลังเดิมมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากภาษีทุกปี ในขณะเดียวกันจะมีค่าเสื่อมสูงขึ้น ทำให้ทรัพย์ด้อยค่าลง การขายบ้านมือสองยิ่งลำบากมากขึ้น ดังนั้น น่าจะทำให้ผู้ที่ถือกรรมสิทธิ์บ้านหลังเดิมที่ไม่ได้อยู่อาศัยและประสงค์จะขายบ้าน ต้องเร่งขายให้เร็วขึ้น ราคาจะได้ไม่เพิ่มจากภาษีและทรัพย์จะได้ไม่ด้อยค่าจากค่าเสื่อม ซึ่งจะทำให้สภาพคล่องน้อยลงขายยากขึ้น (ราคาขายบ้านใหม่จะเป็นตัวคุมราคาขาย/ราคาตลาดบ้านมือสองที่อาจจะไม่สามารถขายตามราคาที่รวมต้นทุนจ่ายภาษีทุกปีได้)

มองในมุมผู้ซื้อบ้านมือสองไว้อยู่อาศัย การเก็บภาษีที่ดินและบ้านอยู่อาศัย จะทำให้ผู้จะขายไม่กล้าถือเพื่อเก็งกำไรเหมือนที่ผ่านมา ราคาซื้อบ้านจึงไม่สูงเกินไป แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องของราคาบ้านยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย ภาษีเป็นแค่ปัจจัยหนึ่งในอีกๆ หลายปัจจัย และผมก็เชื่อว่าคงไม่มีรัฐบาลไหนที่มีความประสงค์จะใช้มาตรการทางภาษีเพื่อหารายได้จากประชาชน แม้เงินภาษีจากประชาชนคือรายได้หลักที่นำมาใช้พัฒนาประเทศก็ตาม

สำหรับเรื่องของการจัดเก็บภาษีจากผู้ที่ได้รับมรดกนั้น ก็มีการพูดจากันไปหลายทาง แม้บางอย่างก็ยังไม่มีความชัดเจน เช่น อัตราภาษี อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ความเข้าใจกว้างๆ กับท่านผู้สนใจ ผมขอนำหลักการภาษีมรดกมากล่าวถึงไว้ด้วย โดยมรดกที่จะถูกเก็บภาษีต้องเป็นสินทรัพย์ที่มีการขึ้นทะเบียนไว้เป็นหลักฐาน เช่น เงินฝาก พันธบัตร บ้าน ที่ดิน รถยนต์ และหุ้น เป็นต้น ทั้งที่อยู่ในหรือไม่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ส่วนสินทรัพย์ที่ไม่มีการขึ้นทะเบียน เช่น ทองคำ นาฬิกา พระเครื่อง ของสะสมต่างๆ ที่ไม่ได้ลงทะเบียนไว้ ยังไม่มีการจัดเก็บภาษีครับ     

การปฏิรูประบบภาษีโดยมีการออก พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งภาษีมรดกในครั้งนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐต้องมีการทำงานแบบคู่ขนาน คือ การสร้างบรรทัดฐานทางภาษีที่เป็นธรรม ด้วยการกำหนดอัตราภาษีและเพดานภาษีที่เหมาะสมกับคนส่วนใหญ่ของประเทศ

ขณะเดียวกัน ก็ต้องสร้างความเข้าใจต่อประชาชนในเรื่องภาษีให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะหากปล่อยให้เกิดความสับสนจนนำไปสู่ความเข้าใจผิด แทนที่ภาษีจะเป็นเครื่องมือในการเกลี่ยทรัพยากรที่เป็นธรรม ก็อาจเป็นชนวนนำไปสู่การต่อต้านที่บานปลาย ในมุมมองความเห็นส่วนตัว บ้านถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญ ซึ่งเป็นรากฐานของสถาบันครอบครัว ดังนั้น แนวคิดเรื่องการจัดเก็บภาษีอาจต้องมีการกำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนทุกคน และนโยบายภาษีที่ดีจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางทางสังคมได้ ซึ่งรัฐบาล คสช.มีนโยบายเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมให้กับสังคมไทยอยู่แล้ว จึงไม่น่าวิตกกังวลใดๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท