
บลจ.ไทยพาณิชย์คลอดกองทุนหุ้นอินเดีย
บลจ.ไทยพาณิชย์ เตรียมออกกองทุนหุ้นอินเดีย มองเศรษฐกิจโต เปิดขาย 17-23 มี.ค.นี้
บลจ.ไทยพาณิชย์ เตรียมออกกองทุนหุ้นอินเดีย มองเศรษฐกิจโต เปิดขาย 17-23 มี.ค.นี้
นายสมิทธ์ พนมยงค์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ออกกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นอินเดีย (SCB India Fund) มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท เพื่อรองรับเศรษฐกิจอินเดียที่กำลังเติบโตโดยจะเสนอขายระหว่างวันที่ 17-23 มี.ค.2558 ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 5,000 บาท
"บริษัทฯ มองว่าการลงทุนต่างประเทศในปีนี้ว่านอกเหนือจากตลาดหุ้นญี่ปุ่น ยุโรปและจีนที่มีความน่าสนใจจากการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องแล้ว ตลาดหุ้นอินเดียเป็นอีกทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับปีนี้ เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก และมีบริษัทขนาดใหญ่ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงและมีความมั่นคงทางการเงิน"
นายสมิทธ์ กล่าว นอกจากนี้คาดการณ์เศรษฐกิจอินเดียจะเติบโตประมาณ 5.7-6.5% ในช่วงปี 2558-2559 เนื่องจากภาวะการขาดดุลการคลังและการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเริ่มดีขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อลดลงจากที่สูงถึงเกือบ 11% ในปี 2556 ทำให้ธนาคารกลางสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ และในอีก 2 ปีข้างหน้าคาดว่าแนวโน้มค่าเงินเหรียญสหรัฐกับเงินรูปีของอินเดียจะทรงตัวถึงแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2557
สำหรับนโยบายของกองทุนจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเพียงกองทุนเดียว ได้แก่ iShares India 50 ETF ในสกุลเงินเหรียญสหรัฐโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา (NASDAQ) บริหารงานโดย BlackRock และมีนโยบายลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของ CNX NIFTY Index เพื่อให้ผลการดำเนินงานของกองทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกับผลตอบแทนของ CNX NIFTY Index TR USD
“ดัชนี CNX NIFTY มีการกระจายตัวครอบคลุมในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดีย ประกอบด้วยหุ้นขนาดใหญ่ 50 ตัวที่มีสภาพคล่องในการซื้อขายสูงและเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตของกำไรดีสะท้อนสภาพและอัตราการเติบโตเศรษฐกิจอินเดียได้ดี หุ้นทั้งหมดในดัชนีซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ National Stock Exchange (NSE) ซึ่ง Market Capรวมของดัชนีคิดเป็น 66.85% ของหุ้นทั้งหมดในตลาด NSE“นายสมิทธ์ กล่าว







