
อนาคตมหาวิทยาลัย อนาคตไทย
ทุกวันนี้ข่าวต่างๆ และความสนใจของสังคมมักไปอยู่ที่เรื่องเศรษฐกิจและเรื่องการเมือง
โดย...ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
ทุกวันนี้ข่าวต่างๆ และความสนใจของสังคมมักไปอยู่ที่เรื่องเศรษฐกิจและเรื่องการเมือง แต่เรื่องที่เราลืมกันไปเลยคือ เรื่อง “การศึกษา” ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว เมื่อเปรียบเทียบกับเรื่องปากท้อง แต่ที่จริงแล้วเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เป็นเรื่องที่จะชี้อนาคตของคนในชาติ และเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงที่สุดเพราะกำลังเข้าใกล้จุดอันตราย
แน่นอนที่สุดว่า การศึกษาไทยควรต้องได้รับการพัฒนาและต้องแก้ไขทั้งระบบ แต่ที่เป็นด่านหน้าที่สุดและเร่งด่วนที่สุด คือ “มหาวิทยาลัย” เพราะทุกมหาวิทยาลัยกำลังผลิตคนออกสู่ตลาดแรงงานเพื่อการแข่งขัน ทุกปีๆ ต้องผลิตออกไปเป็นแสนคนในทุกสาขาวิชาชีพ
นั่นหมายความว่า หากมหาวิทยาลัยถูกละเลยและไม่สามารถอยู่ในระดับแข่งขันในภูมิภาคได้ ประเทศจะเสียโอกาสในการยกระดับคนในชาติทุกๆ ปี ลองนึกดูครับ ถ้าผลิตปีละแสนกว่าคน สิบปีก็มากกว่าล้านคน ประเทศจะสูญเสียเท่าไหร่ หากผลิตแรงงานชั้นสูงออกมาแล้วไม่สามารถสู้กับประเทศอื่นได้
มหาวิทยาลัยต้องเป็นกลไกสำคัญในการตอบสนองวิสัยทัศน์และนโยบายของชาติ ปัจจุบันดูเหมือนว่ามหาวิทยาลัยไทยถึงแม้มีการตื่นตัวกันบ้างแล้ว ยังคงมีเป้าหมายไม่ชัด ความมุ่งมั่นต่ำ แต่ผมเข้าใจและเห็นใจมหาวิทยาลัยไทยมากครับ เพราะมหาวิทยาลัยจะมีเป้าหมายชัดได้อย่างไร ในเมื่อเรายังไม่รู้เลยว่า “วิสัยทัศน์ของชาติไทย” ในปัจจุบันคืออะไร มหาวิทยาลัยเลยไม่รู้ว่าจะต้องตอบสนองอะไร?
มาเลเซียกล้าประกาศในโลกและพลเมืองให้รู้ว่า “จะต้องเป็นประเทศพัฒนาแล้วในปี ค.ศ. 2020 ให้ได้” ทำให้พลเมืองของประเทศต้องตื่นตัวและวิ่งเข้าสู่เป้าหมายนี้ รวมถึงมหาวิทยาลัยที่ต้องปรับตัวเร็ว และรัฐยังสนับสนุนอย่างเต็มที่ทั้งทางด้านงบประมาณและทางด้านการสร้างโอกาสความร่วมมือกับอุตสาหกรรม ปัจจุบันมหาวิทยาลัยหลายแห่งของมาเลเซีย เช่น มหาวิทยาลัยมาลายาและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมาเลเซีย มีการเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคนี้ไปแล้ว
ขอย้ำนะครับว่า ไม่มีประเทศใดในโลกที่ก้าวข้ามจากประเทศกำลังพัฒนาไปเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ที่ไม่ยกระดับการพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง ทั้งญี่ปุ่น เกาหลี และจีน ประเทศเหล่านี้วางรากฐานการพัฒนามหาวิทยาลัยให้เข้มแข็ง เพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์ของชาติและตอบโจทย์ปัญหาของประเทศ มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นพัฒนางานวิจัย เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลก มหาวิทยาลัยในเกาหลีมุ่งพัฒนาด้านไอทีและไฮเทค ยกระดับการแข่งขันของประเทศสู่ระดับโลกจนสำเร็จ ขณะที่มหาวิทยาลัยของจีนเร่งก้าวตามมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐอเมริกา สนับสนุนการพัฒนาประเทศในทุกด้าน มุ่งสู่การเป็นมหาอำนาจใหม่ของโลก
เรื่องมหาวิทยาลัย จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องให้ความสนใจและสนับสนุนแบบสุดๆ ไม่ใช่สนับสนุนตามยถากรรมแล้วมัวแต่อ้างเรื่องความเท่าเทียมที่ไม่เคยเป็นรูปธรรม เรามุ่งจะพัฒนาโครงการเมกะโปรเจกต์เป็นแสนๆ ล้านบาท จำเป็นเหลือเกินที่จะต้องจัดสรรเงินจากงบลงทุน มาลงทุนกับการวิจัยและการยกระดับมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างแรงงานคุณภาพให้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและยั่งยืน ไม่เช่นนั้นหากมหาวิทยาลัยไทยไม่มีอนาคต ก็อย่าหวังว่าประเทศชาติจะมีอนาคตไกล







