posttoday
เสียงที่หนุนภาษีที่ดิน

เสียงที่หนุนภาษีที่ดิน

16 มีนาคม 2558

ผมเขียนคอลัมน์ 1 สมอง 2 มือ มาระยะหนึ่ง เพื่อกระตุ้นให้ผู้อ่านได้ช่วยกันขบคิดในเรื่องที่เป็นประโยชน์ยกระดับพัฒนาประเทศ รู้สึกดีใจ ปลาบปลื้มอย่างมาก ที่วันหนึ่งได้รับอีเมลจาก คุณสุทัศนัย วัชรสินธุ์แฟนพันธ์ุแท้หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ สะท้อนความเห็น เป็นหนึ่งมือที่ยื่นออกมา

ผมเขียนคอลัมน์ 1 สมอง 2 มือ มาระยะหนึ่ง เพื่อกระตุ้นให้ผู้อ่านได้ช่วยกันขบคิดในเรื่องที่เป็นประโยชน์ยกระดับพัฒนาประเทศ รู้สึกดีใจ ปลาบปลื้มอย่างมาก ที่วันหนึ่งได้รับอีเมลจาก คุณสุทัศนัย วัชรสินธุ์แฟนพันธ์ุแท้หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ สะท้อนความเห็น เป็นหนึ่งมือที่ยื่นออกมา

คุณสุทัศนัย บอกว่า อ่านโพสต์ทูเดย์ (PT) มาตั้งแต่ฉบับแรก และปัจจุบันเป็นสมาชิกอยู่ เขียนมาวันนี้เพื่อแสดงความเห็นเรื่อง พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพราะเห็นว่าบทความของ PT ที่ผ่านมา จะมีแนวที่ต่อต้านคล้ายๆ จะปลุกระดมชนชั้นกลางด้วยซ้ำไป ไม่ทราบว่า มีเบื้องลึกเบื้องหลังอย่างไร

ตัวผมเองก็คงอยู่ในกลุ่มชนชั้นกลาง ด้วยทำงานกินเงินเดือนมาจนเกษียณ มีบ้านอยู่ มีบ้านเช่าและที่ดินพอสมควร และพร้อมที่จะเสียภาษีดังกล่าวด้วยเหตุผลและเงื่อนไข ดังนี้

หนึ่ง เพราะทำให้ท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น เพื่อนำไปพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน สถานศึกษา สถานพยาบาล พัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม ศิลปะ วัฒนธรรมท้องถิ่น และอื่นๆ

สอง เพราะทำให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรม เนื่องจากในปัจจุบันการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่และภาษีโรงเรือนยังไม่ทั่วถึง ผมกล้าพูดได้เลยว่า ในปัจจุบันนี้ ผู้ให้เช่าที่พักที่มิใช่นิติบุคคล มีไม่ถึง 10% ที่ยื่นแบบยอมเสียภาษีโรงเรือน 12.5% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมาก จนทำให้ผู้เช่าจำนวนมากหลบเลี่ยง

สาม ทำให้ประชาชนทุกคนที่ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องที่ ดังเช่นประชาชนในประเทศที่พัฒนาแล้วทุกประเทศ ส่วนการจะเรียกเก็บที่ดินว่างเปล่าในอัตราที่สูงขึ้นเพื่อไม่ให้ที่ดินกระจุกอยู่ในมือของคนมีเงินเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ไม่น่าจะเป็นวัตถุประสงค์หลักของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ แต่เป็นผลพลอยได้มากกว่า

คุณสุทัศนัยเสนอว่า เพื่อสร้างจิตสำนึกของการมีส่วนร่วม จึงควรมีข้อยกเว้นให้น้อยที่สุด ทั้งนี้เพื่อมิให้เกิดการละเมิดและความไม่เป็นธรรมที่อาจเกิดขึ้นได้

ในการนี้ อัตราเรียกเก็บต้องพอเหมาะไม่สูงจนเกินไป แต่อัตราล่าสุดที่มีการรายงาน กระทรวงการคลังได้ปรับขึ้นจากเดิม (สมัย ปชป.) หลายเท่า ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่อาศัยเพิ่มจาก 0.1% เป็น 0.5% (ลดจาก 1%) ที่ดินเพื่อการพาณิชย์เพิ่มจาก 0.5% เป็น 2% (ลดจาก 4%) ที่ดินเพื่อการเกษตรเพิ่มจาก 0.05% เป็น 0.25% (ลดจาก 0.5%)

นั่นหมายถึงว่า กรณีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมูลค่า 1 ล้านบาท ที่จะเสียภาษีเพื่ออยู่อาศัย 1,000 บาท เพิ่มเป็น 5,000 บาท ที่ดินเพื่อการเกษตรเสีย 500 บาท เพิ่มเป็น 2,500 บาท

การกำหนดอัตราภาษีเพื่อการเกษตรต่ำกว่าเพื่ออยู่อาศัยนั้น ผมพอเข้าใจได้ เพราะเกษตรกรเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศที่มีฐานะยากจน แต่การกำหนดอัตราเพื่อการพาณิชย์ที่สูงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า จะเป็นสิ่งที่ถูกต้องเป็นธรรมหรือไม่นั้น น่าจะมีการทบทวน

ภาษีสูงก็เท่ากับค่าเช่าและต้นทุนสูงขึ้น ขณะที่คนไทยจำนวนมากยังต้องเช่าบ้านอยู่ ผมยังไม่เห็นร่างบทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงยังไม่ทราบว่าจะมีขอบเขตครอบคลุมแค่ไหน กรณีรวมบ้านเช่าด้วย แต่ถ้าผู้ให้เช่าไม่ยื่นแบบ จะมีมาตรการตรวจสอบติดตามอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดการหลบเลี่ยงและความไม่เป็นธรรม

คุณสุทัศนัย สรุปว่า สนับสนุน พ.ร.บ.นี้ เพราะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทุกรายมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องที่ แต่อัตราภาษีต้องเหมาะสม ผมเห็นว่าผู้ที่มีทรัพย์สินถึง 1 ล้านบาท และต้องเสียภาษีที่อยู่อาศัย 1,000 บาท ที่ดินเพื่อการเกษตร 500 บาทต่อปี ไม่น่าจะสูงจนเกินไป แต่การที่กระทรวงการคลังเสนออัตราที่สูงขึ้น จึงอาจเข้าทางฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็ได้

ถึงตอนนี้ ผมไม่มั่นใจในท่าทีของกระทรวงการคลังนัก เพราะผลัดการเสนอเรื่องนี้หลายรอบและเป็นเวลานานแล้ว ส่วน PT จะค้านก็เป็นสิทธิ หากทำด้วยเหตุด้วยผล ไม่มีเบื้องลึกเบื้องหลัง คนไทยที่มีบ้านอยู่กันแบบไม่ต้องมีภาระหน้าที่ต่อสังคมและบ้านเมืองเป็นเวลานานแล้ว ไม่มีใครชอบเสียภาษี แต่หากสามารถอธิบายถึงความจำเป็นและประโยชน์ของภาษีนี้แล้ว ผมก็เชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงเข้าใจและไม่ปฏิเสธ

นี่คือ 1 สมอง 2 มือของคนไทยที่คิดเห็นในการปฏิรูปภาษีอย่างน่าสนใจ  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ที่สั่งชะลอเรื่องนี้ น่าจะพิจารณาและเงี่ยหูฟังหากต้องการปฏิรูปภาษีประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท