posttoday
พณ.ผุดแอพคุมเข้มบริษัทลวง

พณ.ผุดแอพคุมเข้มบริษัทลวง

16 มีนาคม 2558

พาณิชย์ไฮเทคผุดแอพพลิเคชั่นใช้เป็นเครื่องมือให้ผู้บริโภคตรวจข้อมูลบริษัท หวั่นถูกหลอกลวงทำธุรกิจ

พาณิชย์ไฮเทคผุดแอพพลิเคชั่นใช้เป็นเครื่องมือให้ผู้บริโภคตรวจข้อมูลบริษัท หวั่นถูกหลอกลวงทำธุรกิจ

น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมได้ทำการพัฒนาโปรแกรมตรวจสอบข้อมูลทั่วไปของนิติบุคคล DBD e-Service ซึ่งเป็นโมบายแอพพลิเคชั่นให้ทันสมัยและทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจให้มากขึ้น โดยได้เพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องระมัดระวังในการทำธุรกิจกับบริษัทที่มีความเสี่ยงขึ้นมา เพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้ที่จะทำธุรกิจกับบริษัทนั้นๆ ได้พิจารณาตัดสินใจเพื่อป้องกันปัญหาการถูกหลอกลวง

ทั้งนี้ ข้อมูลที่จะเพิ่มเติมในแอพพลิเคชั่น DBD e-Service จะใส่รายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทที่มีความเสี่ยง ได้แก่ มีทุนจดทะเบียนสูงจนเกินไป บริษัทที่กำหนดทุนจดทะเบียนไว้สูงเพื่อให้เกิดการเข้าใจผิดว่ามีความมั่นคง แต่ไม่ได้ใส่เงินเข้าไปจริง บริษัทที่ไม่นำส่งงบการเงินประจำปี บริษัทที่มีปัญหากรณีที่เรียกสอบบัญชี แต่ไม่ให้ความร่วมมือ และบริษัทที่สถานที่ตั้งมีปัญหา ตรวจสอบไม่ได้หรือไม่ตรงที่ระบุไว้

“เมื่อใส่รายชื่อบริษัทเข้าไปในแอพ ถ้าเป็นบริษัทที่มีปัญหา ก็จะมีรายละเอียดเตือนขึ้นมาเลย คนที่คิดจะทำธุรกิจกับบริษัทนี้ ก็ขอให้พึงระวังเอาไว้ หรือถ้าเป็นประชาชนทั่วไป หากมีบริษัทที่มีความเสี่ยงดังกล่าวมาชักชวนให้เข้าร่วมทำธุรกิจ ก็ต้องระวัง เพราะอาจจะถูกหลอกลวงได้” น.ส.ผ่องพรรณ อธิบาย

น.ส.ผ่องพรรณ กล่าวว่า กรมยังมีมาตรการป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากบริษัทที่มีความเสี่ยงในการทำธุรกิจ หรือบริษัทที่ทำธุรกิจหลอกลวงประชาชน เช่น ธุรกิจขายตรง และการตลาดแบบตรง โดยได้กำหนดให้ผู้ที่จดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจขายตรงและการตลาดแบบตรง ต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน เอกสารแสดงฐานะทางการเงินที่ธนาคารออกให้ของหุ้นส่วนและผู้ถือหุ้นทุกคน เพื่อตรวจสอบว่ามีการลงทุนทำธุรกิจจริง และต้องมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของอาคารที่ใช้เป็นที่ตั้งบริษัทด้วย ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งจะไม่รับจดทะเบียนให้ และเมื่อได้รับจดทะเบียนบริษัทแล้ว ก็ต้องไปขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) อีกครั้งจึงจะทำธุรกิจได้

ทั้งนี้ หากบริษัทที่มาจดตั้งใหม่ มีทุนจดทะเบียนเกิน 5 ล้านบาท จะต้องแสดงหลักฐานเงินทุนเข้าบริษัทภายใน 15 วัน เพื่อป้องกันการจดทะเบียนเงินทุนไว้สูงๆ แต่ไม่มีเงินเข้าจริง โดยปัจจุบันพบว่ามี 30-40 บริษัทที่มีทุนจดทะเบียนสูงผิดปกติ ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบแล้ว และประสานกรมสรรพากรเข้าไปตรวจสอบด้วย เพราะบริษัทเหล่านี้ไม่ส่งงบการเงิน บางแห่งมีที่ตั้งที่เดียวกัน เป็นห่วงว่าจะตั้งขึ้นมาเพื่อทำธุรกิจหลอกลวง

ขณะที่บริษัทขายตรงและการตลาดแบบตรงที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว จะเน้นตรวจสอบบริษัทที่มีปัญหา โดยเฉพาะที่มีประชาชนร้องเรียนมาก ซึ่งจะเข้าไปตรวจสอบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท