
หุ้นไทยจะไปแตะ 1,700 จุด?
โดย...ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์
โดย...ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์
สวัสดีครับ ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวลดลงค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับช่วงต้นเดือน ก.พ. 2558 ที่ดัชนีฯ ปรับตัวเหนือระดับ 1,600 จุด ซึ่งนำมาสู่ความกังวลและหลายคำถามจากนักลงทุนว่าหุ้นไทยจะมีทิศทางอย่างไรในช่วงถัดจากนี้ จะมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อไปได้อีกหรือไม่ และจะมีปัจจัยอะไรเข้ามาสนับสนุนตลาดหุ้นไทยให้ปรับตัวต่อไปได้
สำหรับมุมมองผม ผมมองว่าแม้หุ้นไทยจะปรับตัวลดลงค่อนข้างมากกว่า 60 จุด ในช่วงที่ผ่านมา แต่หากพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ประกอบกับแรงสนับสนุนจากภาครัฐ ล่าสุดที่มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% จาก 2% มาที่ 1.75% ซึ่งมีผลทันที เพื่อประคับประคองและเร่งผลักดันให้เศรษฐกิจฟื้นตัวนั้น ก็น่าจะผลักดันให้ภาคเอกชนมีความเชื่อมั่นในการบริโภคและการลงทุนมากขึ้น หลังจากนักลงทุนบางส่วนเริ่มกังวลเกี่ยวกับกระแสของการปรับเพิ่มภาษีบางประเภทที่ผ่านมา เช่น ภาษี VAT เป็นต้น
ขณะปัจจัยที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ การใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งปัจจุบันยังเบิกจ่ายล่าช้ากว่าคาด แต่หากภาครัฐเร่งเบิกจ่ายได้เร็วก็จะเป็นตัวแปรสำคัญผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ดีขึ้นและเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับคืนมาได้ ขณะเดียวกันอานิสงส์ของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงหลัง กนง.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็น่าจะทำให้ส่งออกไทยน่าจะทยอยฟื้นตัวได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนหน้าจากความสามารถทางการแข่งขันทางการค้าของไทย ก็น่าจะทำให้เศรษฐกิจปีนี้ฟื้นตัวได้ดีเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยมองว่าจีดีพีน่าจะมีโอกาสขยายตัวได้ประมาณ 4%
ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้นไทย ผมมองว่าจะได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ในปีนี้จากความเชื่อมั่นที่ดีขึ้น ประกอบกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของทาง กนง. ครั้งล่าสุดในวันที่ 11 มี.ค. 2558 ด้วยมติ 4 ต่อ 3 ยิ่งช่วยสนับสนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้กลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยได้และผลักดันให้ Sentiment ตลาดหุ้นไทยเป็นบวกมากขึ้น ประกอบกับโครงการภาครัฐต่างๆ เช่น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเริ่มมีความคืบหน้าไปแล้วบ้างในการประชุม ครม.ที่ผ่านมา และเร่งผลักดันให้เข้าสู่กระบวนการการประมูล (Bidding) ต่างๆ ให้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งการเริ่มเข้าสู่ช่วงการจ่ายปันผลของบริษัทจดทะเบียนก็น่าจะทำให้ความน่าสนใจของหุ้นไทยเริ่มดีขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งมูลค่าหุ้นไทยที่ดัชนีฯ ปรับลดลงในช่วงที่ผ่านมา แม้ระดับราคาหุ้นต่อกำไร (PE) จะยังคงสูงกว่าเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยภูมิภาค แต่ก็ยังต่ำกว่าเมื่อเทียบกับอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ขณะที่อัตราการจ่ายปันผลสูงกว่าโดยเปรียบเทียบ ประกอบกับกระแสเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติยังคงไม่เข้าสู่ตลาดหุ้นไทยมากนัก (Lack) เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศดังกล่าว ขณะที่สภาพคล่องจากการอัดฉีดเงินของธนาคารกลางประเทศต่างๆ เช่น ธนาคารกลางญี่ปุ่น ธนาคารกลางยุโรป และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารจีนยังมีต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าจะผลักดันให้ยังมีเม็ดเงินไหลเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงได้อยู่
ทั้งนี้ ผมมองว่าการปรับฐานของหุ้นไทยที่ต่ำกว่า 1,540 จุด เป็นระดับที่น่าสนใจที่ทยอยเข้าลงทุนในหุ้น โดยคาดว่าดัชนีฯ น่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,500-1,730 จุด และมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,700 จุด ในครึ่งแรกของปีนี้ แต่อาจผันผวนระหว่างทางบ้าง ทำให้ บลจ.วรรณ เสนอขายกองทุนเปิดวรรณ สปอท 5/4 ฟันด์ระหว่าง วันที่ 27 ก.พ.-17 มี.ค.2558 โดยมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนที่ 5% ภายในเวลา 5 เดือน เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนเก็บหุ้นในช่วงจังหวะตลาดปรับลดลงช่วงนี้







