posttoday
หุ้นผันผวนตามตลาดโลก

หุ้นผันผวนตามตลาดโลก

16 มีนาคม 2558

สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นตลาดเกิดใหม่ถึงจุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่ดัชนีราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่รวมน้ำมัน ทรุดแตะจุดต่ำสุดในรอบ 12 ปี หลังดัชนีเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น 8% ในปีนี้ สู่จุดแข็งสุดในรอบ 12 ปี เมื่อเทียบกับ 6 เงินสกุลหลัก

สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นตลาดเกิดใหม่ถึงจุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่ดัชนีราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่รวมน้ำมัน ทรุดแตะจุดต่ำสุดในรอบ 12 ปี หลังดัชนีเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น 8% ในปีนี้ สู่จุดแข็งสุดในรอบ 12 ปี เมื่อเทียบกับ 6 เงินสกุลหลัก

ตลาดกังวลเพิ่มขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย.นี้ เร็วกว่าที่เคยประเมินไว้ หลังเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานสหรัฐเดือน ก.พ. ออกมาดีเกินคาด ขณะที่การฟื้นตัวของภูมิภาคอื่นยังเปราะบาง ประเทศส่วนใหญ่ยังจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายหรือทำมากขึ้นด้วย

นับจากต้นปีนี้มีถึง 25 ประเทศ รวมไทยที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

การดำเนินนโยบายการเงินสวนทางกับของเฟด ยังส่งผลให้เงินสกุลอื่นอ่อนค่าลงมาก เมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ กระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย จึงสร้างความผันผวนต่อตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่

ปัญหาน้ำมันล้นตลาดกดดันราคาทรุดรอบใหม่ สู่จุดต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ โดยน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสหลุด 55 และ 45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาหุ้นพลังงานทั่วโลก จึงเหวี่ยงลงตามราคาน้ำมันและพลอยถ่วงตลาดหุ้นทั่วโลก

ด้านเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวอย่างเชื่องช้า ได้เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการปรับลดประมาณการทางเศรษฐกิจลงเหลือต่ำกว่า 4% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน ประมาณกำไรของบริษัทจดทะเบียนก็เสี่ยงจะถูกลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ

ค่าสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ตลาดหุ้นไทยที่ใช้ประมาณการกำไรปี 2558 อยู่ที่ 15 เท่ากว่าเทียบกับของตลาดหุ้นเอเชียที่ไม่รวมญี่ปุ่นอยู่ที่ราว 12 เท่ากว่า กลับหัวกลับหางจากในอดีตที่หุ้นไทยเคยลงไปต่ำกว่าของเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะช่วงที่บ้านเราไร้เสถียรภาพทางการเมือง ตลาดหุ้นไทยจึงไม่ถูกในสายตาผู้ลงทุนต่างชาติ

แม้ตลาดอาจเสี่ยงปรับฐานบ้าง แต่ยังคงมีหุ้นที่สามารถเลือกลงทุนได้ สภาพคล่องที่อยู่ในระดับสูง และจะเพิ่มขึ้นอีกจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสำคัญ โดยเฉพาะอีซีบีและญี่ปุ่นจะช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นแกว่งขึ้น แนะหาจังหวะทยอยซื้อช่วงย่อหุ้นดังต่อไปนี้ AOT BEAUTY BLA CK KBANK KTB QH SAPPE STEC THREL TUF RS SAWAD SEAFCO รวมถึงหุ้นปันผลสูงอย่าง ADVANC INTUCH BTS

ในสัปดาห์นี้คาดว่า ธนาคารพาณิชย์จะทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝาก และกู้หลัง กนง.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% และ SCB ได้นำร่องลดดอกเบี้ย 2 ขาไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน

การลดดอกเบี้ยรอบนี้ แม้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเล็กน้อย แต่จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินของผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ลงทุนโดยเฉพาะกลุ่มที่มีหนี้สินสูง เช่น หุ้นเช่าซื้อ บัตรเครดิต อสังหาริมทรัพย์ ที่ตอบรับเชิงบวกไปพอสมควรการลงทุนสัปดาห์นี้จะอยู่ที่การประชุมเฟดในวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ ตลาดการเงินโลกรอถอดรหัสสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยเฟดว่าจะปรับขึ้นเร็วแค่ไหน หากตีความว่าจะขึ้นเร็ว จะส่งผลลบต่อตลาดหุ้น

นอกจากนั้น ยังมีการประชุมคณะกรรมการดิจิทัล ในวันที่ 18 มี.ค. ที่มีนายกฯ เป็นประธาน หากมีความคืบหน้าในการประมูลคลื่น 4G จะส่งผลดีต่อหุ้น ADVANC INTUCH เนื่องจากจะช่วยลดข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท