‘เสริมสิน’ ทิ้งหุ้น ‘สุทธิชัย หยุ่น’ รับเละ
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้นบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) หัวใจแทบจะวาย เพราะจู่ๆ ไม่รู้ว่ามีแรงซื้อหุ้นจากที่ไหนเข้ามา ไล่ราคาทะลุ 3 บาทไปอย่างรวดเร็วเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ด้วยมูลค่าซื้อขายสูงเกือบ 1,000 ล้านบาท แต่วันรุ่งขึ้นกลับเป็นหนังคนละม้วน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครขนหุ้นออกมาเทกระจาด ทุบซะน่วม ราคาดิ่งลงไปถึง 0.58 บาท ใครถือไว้ก็ขาดทุนไป 18.35% และวันต่อมายังไม่หนำใจ ทิ้งอีกระลอก คราวนี้ราคารูดลงแรงเกือบ 18% ปิดที่ 2.12 บาทเท่านั้น
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้นบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) หัวใจแทบจะวาย เพราะจู่ๆ ไม่รู้ว่ามีแรงซื้อหุ้นจากที่ไหนเข้ามา ไล่ราคาทะลุ 3 บาทไปอย่างรวดเร็วเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ด้วยมูลค่าซื้อขายสูงเกือบ 1,000 ล้านบาท แต่วันรุ่งขึ้นกลับเป็นหนังคนละม้วน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครขนหุ้นออกมาเทกระจาด ทุบซะน่วม ราคาดิ่งลงไปถึง 0.58 บาท ใครถือไว้ก็ขาดทุนไป 18.35% และวันต่อมายังไม่หนำใจ ทิ้งอีกระลอก คราวนี้ราคารูดลงแรงเกือบ 18% ปิดที่ 2.12 บาทเท่านั้น
คราวนี้มีการไล่เช็กข้อมูลกันจ้าละหวั่นว่าใครเป็นไอ้โม่งขนหุ้น NMG ออกมาทิ้งกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ไม่น่าจะใช่ สุทธิชัย หยุ่น ประธานกรรมการ NMG ซึ่งเพิ่งแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ได้เข้าไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ จนทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 9% เป็น 10% เศษ บ้างก็มีข่าวลือว่ากลุ่มฉาย บุนนาค ขายออกเพื่อทำกำไร แต่ได้รับการยืนยันว่าฉายไม่ขายออกมาแน่ เพราะต้องการถือหุ้นในมือให้มากที่สุดสำหรับการชนะโหวตในที่ประชุมผู้ถือหุ้น NMG ในเดือน เม.ย.ที่จะถึงนี้
จากการตรวจสอบข้อมูลก็พบว่า แรงขายหุ้น NMG ผ่านออกมาจากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (ASP) มากที่สุด คือวันที่ 12 มี.ค. มียอดขายสุทธิถึง 71 ล้านหุ้น และวันที่ 13 มี.ค. ก็ขายสุทธิอีก 51 ล้านหุ้น เมื่อพบข้อมูลดีๆ ขนาดนี้แล้วก็ต้องควานหาข้อมูลในเชิงลึกต่อไปว่าเป็นคำสั่งของใคร
ยิ่งสาวก็ยิ่งพบว่า ก่อนหน้าที่จะมีแรงขายหุ้น NMG ออกมาหนักๆ ผ่าน ASP พบว่าโบรกเกอร์แห่งนี้มียอดซื้อสุทธิ NMG สะสมมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2557 ต้นทุนแถว 1 บาทปลายๆ รวมแล้วมียอดซื้อประมาณ 137 ล้านหุ้น ในราคาเฉลี่ยไม่ถึง 2 บาท และในเดือน ก.พ.ยังมีการซื้อๆ ขายๆ หุ้นจนมียอดขายสุทธิ 50 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 2 บาทกลางๆ และในเดือน มี.ค. ซื้ออีก 90 ล้านหุ้น ก่อนที่จะทิ้งโครมออกมาใน 2 วันสุดท้ายของสัปดาห์ที่ผ่านมา
สรุปการขายหุ้น 2 วัน รวม 122 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 2.43 บาท/หุ้น ฟันกำไรเนาะๆ 20 ล้านบาท คุ้มค่าสำหรับการลงทุนเพียงไม่กี่เดือน
ช่างเหมาะเจาะอะไรกัน ในช่วงเดือน ม.ค. ปรากฏชื่อ “เสริมสิน สมะลาภา” เริ่มซื้อหุ้น NMG หลาย ล็อต โดยมีการรายงานข้อมูลผ่านสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และช่างเป็นความบังเอิญเหลือเกิน ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน สุทธิชัยก็ได้เข้ามาซื้อหุ้น NMG เข้าพอร์ตด้วย
นอกจากจะพบว่าหุ้น NMG เคลื่อนไหวผิดปกติผ่าน ASP แล้ว NMG-W3 หรือวอร์แรนต์ของ NMG ชุดที่ 3 ก็มีการซื้อและขายผ่าน ASP มากจนผิดสังเกตเช่นกัน แต่ที่น่าสนใจคือ เวลาหุ้นแม่ NMG ขายสุทธิจำนวนมาก NMG-W3 มักจะซื้อสุทธิจำนวนมาก สวนทางกัน โดยเฉพาะวันที่ 12 มี.ค. NMG-W3 มียอดซื้อสุทธิ 190 ล้านบาท และวันรุ่งขึ้นซื้อสุทธิอีก 102 ล้านบาท
ผู้ถือหุ้นคนใดที่คิดเรื่องขายหุ้นแม่ออกแล้วซื้อวอร์แรนต์ลูกเข้าไป นอกจากเป็นการใช้เครื่องมืออนุพันธ์ในการบริหารความเสี่ยงแล้ว (Arbitrage) แล้ว หากมีตัวช่วยที่ดี เช่น นอมินี ก็ยังสามารถปกปิดหรือกลบเกลี่ยรอยไว้ไม่ให้สุทธิชัยทราบความเคลื่อนไหวได้
ทั้งนี้ คาดว่าเสริมสินขายหุ้น NMG ออกมาหนัก 2 วัน (12-13 มี.ค.) แล้วคงเหลือหุ้นในมืออยู่ไม่มากนัก แต่ถือใน NMG-W3 แทน
ขณะเดียวกัน พบว่าสุทธิชัยมีหุ้น NMG อยู่ในมือประมาณ 332 ล้านหุ้น
การได้มาหุ้นรอบนี้ของสุทธิชัยมาจากการขายหุ้นบริษัท เนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเทนเมนท์ (NINE) ประมาณ 1.5 ล้านหุ้น NINE-W จำนวน 7 แสนกว่าหน่วย และ NMG-W3 เกือบ 200 ล้านหน่วย คาดว่ารวบรวมเงินมาได้ประมาณ 203 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อ NMG มูลค่าเกือบ 70 ล้านบาท
สำหรับนักลงทุนที่ติดตามข้อมูลการรายงานการซื้อขายหลักทรัพย์ของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) พบว่า เสริมสินนอกจากมีการซื้อๆ ขายๆ หุ้นแล้วยังมีการโอนหุ้นออกไปด้วย ซึ่งในแต่ละรอบของการหมุนหุ้น พบว่าได้รับกำไรเป็นกอบเป็นกำคราวละ 20 ล้านบาท หรือบางครั้งอาจจะสูงกว่า 40-50 ล้านบาท ก็เป็นไปได้ ซึ่งผลตอบแทนที่เสริมสินได้ไปนั้นมากกว่า NMG ทั้งเครือปันผลเสียอีก
พฤติกรรมการซื้อๆ ขายๆ หุ้นของผู้บริหาร บจ.ควรจะห้ามหรือไม่เป็นคำถามที่รอคำตอบจาก ก.ล.ต. นอกจากนั้น “เสริมสิน” ยังเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ซึ่ง NMG ก็มีมหาวิทยาลัยเนชั่น อย่างนี้ถือว่าเป็นการขัดแย้งทางผลประโยชน์กันหรือไม่
สำหรับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบริหารเครือเนชั่น โดยการแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมกันถึง 3 คน ใน 3 บริษัทหลักที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดย ดวงกมล โชตะนา นั่งในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NMG อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น (NBC) และพนา จันทรวิโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท NINE และเทพชัย หย่อง บรรณาธิการอำนวยการเครือเนชั่น โดยมีสุทธิชัยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ NMG และมีเสริมสินเข้าไปเป็นประธานกรรมการบริหาร NMG
นอกจากนั้นยังให้ดวงกมลควบตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท NINE อีกหนึ่งตำแหน่ง และแต่งตั้ง ณัฐวรา แสงวารินทร์ เป็นกรรมการ NMG แทนกรรมการที่ลาออก สมควรหรือไม่ ด้วยซึ่งเบื้องหลังของการเข้าไปใหญ่ในเนชั่นของเสริมสินครั้งนี้ เป็นการให้ต่างตอบแทน แลกกับสัญญาที่เคยเซ็นสัญญาไว้กับสุทธิชัยว่าจะเข้าไปช่วยซื้อหุ้น NMG เพื่อต่อกรกับกลุ่มฉาย แต่งานนี้ไม่รู้ว่าสุทธิชัยจะถูกเสริมสินหลอกอีกครั้งหรือเปล่า และที่เจ็บใจหนักเสียอีกก็คือ หุ้น NMG ที่สุทธิชัยทยอยซื้อเข้าไประหว่างปลายเดือน ก.พ.ถึงต้นเดือน มี.ค. ต้นทุนอยู่ที่ 2.41 บาท บางล็อตสูงถึง 2.83 บาท ซึ่งแพงกว่าราคาปัจจุบันที่ 2.12 บาทเสียอีก ...เอ้อ! เพื่อนกันแท้ๆ ไม่น่าทำกันเลย


