
'พม่า' หัวเลี้ยวหัวต่อ สางปมโลจิสติกส์หนุนลงทุน
ปี 2558 ถือเป็นปีหัวเลี้ยวหัวต่อของพม่า เนื่องจากกำลังจะมีตลาดหลักทรัพย์เป็นของตัวเอง
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ปี 2558 ถือเป็นปีหัวเลี้ยวหัวต่อของพม่า เนื่องจากกำลังจะมีตลาดหลักทรัพย์เป็นของตัวเอง และจะมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่ในช่วงปลายปีนี้ ภายใต้ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้เอง ยังคงนำมาสู่คำถามสำคัญว่า พม่าจะพลิกโฉมกลายเป็นประเทศที่ “หอมหวน” ที่สุดในอาเซียนหรือไม่ พม่ายังขาดแคลนอะไร และนักลงทุนควรเดินเครื่องเลยหรือไม่
ภายในเวที Wharton Global Forum Bangkok 2015 จึงได้จัดสัมมนาหัวข้อ “พม่าในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ” โดยมีภาคเอกชนของพม่าและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศร่วมวิเคราะห์สถานการณ์
ปีเตอร์ ทรอปเปอร์ ที่ปรึกษาอาวุโส สมาคมหุ้นนอกตลาดในตลาดเกิดใหม่ วิเคราะห์ว่า หลายปีที่ผ่านมาถือเป็นช่วงที่เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งมหึมาในพม่า จากไม่กี่ปีก่อนที่พม่าเคยเป็นประเทศที่ใช้โทรศัพท์มือถือน้อยที่สุดประเทศหนึ่งของโลก แต่ปัจจุบัน พม่าแจกใบอนุญาตให้บริษัทต่างชาติเข้ามาดำเนินเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือแล้ว 2 ราย ส่งผลให้พม่าพลิกโฉม และมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ดี การพัฒนาในพม่าอาจไม่ได้รวดเร็วระดับ “ชั่วข้ามคืน” การพัฒนาด้านต่างๆ ยังคงต้องใช้เวลาไปตามทางของแต่ละด้าน แต่โชคดีอย่างหนึ่งคือ ดูเหมือนพม่าจะเข้าใจแล้วว่าตัวเองต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุน การลงทุนในพม่าจึงถือเป็นโอกาสครั้งใหญ่
ทั้งนี้ ด้านสำคัญที่พม่าต้องเร่งพัฒนา ได้แก่ 1.โครงสร้างพื้นฐาน 2.การศึกษา และ 3.การเงิน แม้ปัจจุบันพม่าจะมอบใบอนุญาตให้ธนาคารต่างชาติ 9 ราย เข้าไปดำเนินธุรกรรมทางการเงินในพม่าแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอ พม่ายังจำเป็นต้องปรับปรุงภาคการเงินของตัวเองทั้งระบบ
ด้าน อเย ลวิน เลขาธิการร่วมสหพันธ์หอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งสหภาพพม่า (UMFCCI) ฉายภาพว่า ปี 2558 จะเป็นปีที่พม่ามีความเปลี่ยนแปลงด้านบวกหลายด้าน ขณะเดียวกันก็เผชิญความท้าทายครั้งใหญ่หลายเรื่องด้วย เช่น การจัดการขนาดและความเร็วของเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป การต้องมีกระบวนการสันติภาพเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และการหาสถาบันระดับสากลเข้ามาให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการเพื่อให้คำแนะนำในการปฏิรูปด้านต่างๆ
ทั้งนี้ ด้านสำคัญที่พม่าต้องเร่งพัฒนา ได้แก่ 1.ด้านเอสเอ็มอี เนื่องจากผู้ประกอบการรายย่อยในพม่ายังขาดความพร้อมรับมือการแข่งขันและการลงทุนจากต่างชาติ 2.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ บุคลากรด้านต่างๆ ของพม่ายังขาดทักษะและความรู้ที่จำเป็นต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และ 3.การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
สำหรับปี 2558 พม่ามีแผนสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างเต็มที่ ได้แก่ 1.สนับสนุนการขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายช่องทาง (Multimodal Transportation) 2.ทลายอุปสรรคความร่วมมือด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน 3.พัฒนาห่วงโซ่คุณค่าการค้า และ 4.พัฒนากระบวนการโลจิสติกส์ให้ได้มาตรฐานสากลตลอดระเบียงเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการลงทุนและการค้าชายแดนที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางโลจิสติกส์ในพม่า
ทั้งนี้ พม่าจะเร่งดำเนินการตามแผนแม่บทเครือข่ายทางยกระดับ เชื่อมเส้นทางเหนือ-ใต้ 36 เส้น และเส้นทางตะวันออกอีก 49 เส้น เพื่อให้ 7 ภูมิภาค และ 7 รัฐของพม่าเชื่อมถึงกันได้
“เราต้องการอุตสาหกรรมเข้ามาลงทุนอีกจำนวนมาก เราคือโอกาส และมีปัจจัยบวกสำหรับนักลงทุน เราพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนและปรับปรุง”
ขณะที่ แกรี บิสตี้ หุ้นส่วนบริษัท เซาท์ เอเชีย ลอว์ มองว่า พม่าคือประเทศที่มีพลังงานมากที่สุดประเทศหนึ่งในอาเซียนตอนบน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม สิ่งที่ยังขาดคือความช่วยเหลือด้านการเงินสำหรับลงทุนในบางด้าน
ทั้งนี้ แกรี ประเมินว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของพม่า เพราะแท้จริงแล้วปัญหาคอร์รัปชั่นยังคงมีอยู่ทั่วโลก แม้ต้องยอมรับว่าอาจต้องเฝ้าระวังปัญหาดังกล่าวในเอเชีย แต่หากรู้จักดำเนินการให้เหมาะสมก็ยังถือเป็นโอกาสของนักลงทุน







