
เจ้าแม่ซูเปอร์มาร์เก็ต
ในโลกธุรกิจเวียดนามที่ผู้บริหารส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ตอนนี้เริ่มมีผู้หญิงก้าวขึ้นมายืนในแถวหน้าของวงการธุรกิจบ้างแล้ว
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
ในโลกธุรกิจเวียดนามที่ผู้บริหารส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ตอนนี้เริ่มมีผู้หญิงก้าวขึ้นมายืนในแถวหน้าของวงการธุรกิจบ้างแล้ว โดยปัจจุบันมีผู้หญิงเป็นเจ้าของธุรกิจในเวียดนามประมาณ 25% จากจำนวนบริษัททั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจครอบครัวขนาดเล็ก
เลอฮงทวยเทียน คือหนึ่งในนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จอย่างมากของเวียดนาม และเป็นผู้หญิงที่มั่งคั่งที่สุดของประเทศ ก่อนก้าวมายืน ณ จุดนี้ได้ เธอเริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นแอร์โฮสเตสของเวียดนามแอร์ไลน์ส ซึ่งเป็นอาชีพในฝันของหลายคน เพราะมีชาวเวียดนามจำนวนไม่มาก ที่มีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศ จากอาชีพดังกล่าวทำให้เธอมีทักษะภาษาอังกฤษและมีโอกาสได้เห็นโลกกว้าง
ปัจจุบันเธอคือผู้บริหารบริษัทเทรดดิ้งขนาดใหญ่ ไอเม็กซ์ แพน แปซิฟิก มีบริษัทลูกอยู่ภายใต้การดูแล 25 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทด้านการลงทุนในตลาดทุน การซื้อขายสินค้าแบรนด์ดังจากต่างประเทศ รวมถึงลงทุนในห้างสรรพสินค้าท้องถิ่น
เทียนเป็นนักธุรกิจที่ค่อนข้างแตกต่างจากนักธุรกิจชาวเวียดนามทั่วไป ที่มักเก็บตัวและปิดบังความสำเร็จทางธุรกิจ แต่เธอกลับเปิดเผยและได้ประกาศว่าจะต้องมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี
หญิงเก่งคนนี้เรียนรู้การทำธุรกิจทุกแง่มุมตั้งแต่ระดับล่างไปจนถึงจุดสูงสุด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เธอกลายเป็นมหาเศรษฐีเทียบชั้นนักธุรกิจชายได้
ความสำเร็จครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของเธอคือ การชนะการประมูลสัญญาการเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งแรกในเวียดนามเมื่อปี 2538 ซึ่งเป็นกิจการที่ลงทุนร่วมกับทหาร เทียนเล่าว่า ในวันที่ลงนามสัญญาที่ประชุมมีแต่ผู้ชาย ซึ่งไม่มีใครเชื่อว่าผู้หญิงวัย 25 ปี จะสามารถดูแลซูเปอร์มาร์เก็ตที่จำหน่ายสินค้านับหมื่นรายการได้ สิ่งนี้เองกลายเป็นแรงผลักดันให้เธอต้องพิสูจน์ฝีมือว่าพวกเขาเหล่านั้นคิดผิด ซึ่งในวันเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตมีประชาชนสนใจอย่างมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่ชาวเวียดนามสามารถซื้อสินค้าทุกอย่างได้ภายใน สถานที่เดียว
นอกจากความมุ่งมั่นแล้ว การเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ทำให้บริษัทของเธอประสบความสำเร็จ โดยปัจจุบันนอกจากทำธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตและศูนย์การค้าแล้ว เทียนยังเป็นตัวแทนนำเข้าสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำอีกมากมาย เช่น เฟอร์รากาโม ราล์ฟ ลอว์เรน โรเล็กซ์ และบูลการี ซึ่งสินค้าเหล่านี้มียอดขายเพิ่มขึ้นทุกปี
ต้องยอมรับว่า แม้เวียดนามอาจจะยังเป็นตลาดที่กำลังพัฒนา แต่การปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ได้ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ชนชั้นกลางในเวียดนามมีกำลังซื้อมากขึ้น พร้อมจะปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับวิถีชีวิต การบริโภครูปแบบใหม่ๆ ดังนั้น การที่เทียนสามารถจับจุดความต้องการของชาวเวียดนามได้อย่างแท้จริง และได้นำเสนอสิ่งที่คนเวียดนามเข้าสู่ตลาด จึงทำให้ธุรกิจของเธอประสบความสำเร็จในวันนี้







