posttoday
ข้อควรน่าคิดดีๆ จากงานวิจัย เรื่อง ความทนทานหนี้ของครัวเรือนไทย

ข้อควรน่าคิดดีๆ จากงานวิจัย เรื่อง ความทนทานหนี้ของครัวเรือนไทย

16 มีนาคม 2558

เมื่อผมได้มีโอกาสเข้าไปรับฟังการบรรยายของ นักวิชาการหนุ่มของธนาคารสีม่วง ที่ได้นำเสนอในแวดวงวิชาการ ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย งานชิ้นนี้เป็นผลต่อเนื่องจากงานวิจัยที่ทีมงานธนาคารสีม่วงและธนาคารกลางของไทยร่วมกันจัดทำและนำเสนอในงานสัมมนาวิชาการปี 2557 เรื่องหนี้ครัวเรือนไทย นัยต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ผมต้องขอชื่นชมนักวิชาการหนุ่มท่านนี้มากๆ ว่ามีความคิดที่ลุ่มลึก อธิบายความได้เก่ง และนำเสนอได้ดีมาก รายละเอียดสรุปแบบชาวบ้านจะมีดังนี้ครับ

เมื่อผมได้มีโอกาสเข้าไปรับฟังการบรรยายของ นักวิชาการหนุ่มของธนาคารสีม่วง ที่ได้นำเสนอในแวดวงวิชาการ ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย งานชิ้นนี้เป็นผลต่อเนื่องจากงานวิจัยที่ทีมงานธนาคารสีม่วงและธนาคารกลางของไทยร่วมกันจัดทำและนำเสนอในงานสัมมนาวิชาการปี 2557 เรื่องหนี้ครัวเรือนไทย นัยต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ผมต้องขอชื่นชมนักวิชาการหนุ่มท่านนี้มากๆ ว่ามีความคิดที่ลุ่มลึก อธิบายความได้เก่ง และนำเสนอได้ดีมาก รายละเอียดสรุปแบบชาวบ้านจะมีดังนี้ครับ

1.ผลงานนี้เกิดจากการตั้งคำถามว่า หากครัวเรือนไทยมีหนี้ หรือได้ก่อหนี้มาแล้ว ความกังวลใจในหนี้ที่ได้ก่อขึ้นนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อใด ปัจจัยหรือข้อบ่งชี้ใดที่จะเป็นตัวบ่งบอกในความกังวลดังกล่าว

2.ปัจจัยหรือข้อบ่งชี้ที่ใช้วัดคือ อัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ หรือ Debt Service Ratio หรือตัวย่อคือ DSR

3.DSR เป็นผลมาจากการเอายอดเงินของภาระหนี้ที่ครัวเรือนต้องจ่ายในแต่ละเดือนหรือก็คือค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนบัตรทั้งหลาย เทียบกับรายได้ เงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือน เช่น ผมมีรายได้ 20,000 บาท/เดือน และผมมีภาระค่าผ่อนบ้าน บัตร รถยนต์ทั้งสิ้น 8,000 บาท/เดือน เท่ากับผมมี DSR 40% นั่นเอง

4.ปัจจัยตัวที่ก่อให้เกิดความกังวลที่น่าสนใจอีก 2 ตัว คือ 1.ประวัติการค้างชำระหนี้ในอดีตของตัวเราเอง หรือประวัติการเป็นคนเคยค้าง แม้ว่าในปัจจุบันจะไม่ได้ค้างแล้ว

2.จำนวนครั้งที่เราเคยถูกปฏิเสธสินเชื่อ ไม่ให้กู้ในอดีต ว่าครั้งหนึ่งเราเคยไปขอกู้แล้วทางสถาบันการเงินเขาไม่อนุมัติ5.จากข้อมูลของผลการวิจัย ระบุว่า ครัวเรือนที่มีรายได้ประจำที่มีความแน่นอนจะเริ่มกังวลใจในภาระหนี้ที่ตนเองก่อนั้นเมื่อ DSR เกินกว่า 40% และถ้าเป็นครัวเรือนที่มีรายได้อิสระ รับจ้าง หรืออาชีพอิสระนั้น จะเริ่มกังวลใจเมื่อ DSR เกินกว่า 25%

6.ความไม่มั่นคง หรือมั่นคงในรายได้ ประวัติการเป็นคนเคยค้าง และในอดีตเคยถูกปฏิเสธสินเชื่อล้วนมีผลต่อความกังวลใจทั้งสิ้น

เรื่องวินัย การชำระหนี้ตรงเวลา การก่อหนี้ที่เหมาะสม การสร้างความแน่นอนของรายได้ และการใช้ชีวิตที่พอเพียง จะทำให้ครัวเรือนไม่มีความกังวลใจ และท้ายสุดถ้าครัวเรือนหมุนแต่เงินจะยังไม่ร้ายแรงเท่ากับการหมุนหนี้นะครับ...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท