
นวัตกรรมเพื่อคนจน
หากเอ่ยชื่อนวัตกรรม หลายคนย่อมนึกถึงเทคโนโลยีไฮเทคที่ก้าวล้ำนำสมัยอิมพอร์ตมาจากฝั่งตะวันตก
โดย...ต้นหลิว
หากเอ่ยชื่อนวัตกรรม หลายคนย่อมนึกถึงเทคโนโลยีไฮเทคที่ก้าวล้ำนำสมัยอิมพอร์ตมาจากฝั่งตะวันตก แต่ที่จริงแล้วนวัตกรรมไม่จำเป็นต้องใช้ไฮเทคโนโลยีชั้นสูงจากแล็บชั้นนำเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นช่องทางใหม่ๆ ที่ปฏิวัติวงการไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นได้
นวัตกรรมการเงินเพื่อคนจน เช่น ไมโครไฟแนนซ์ (Microfinance) คือตัวอย่างหนึ่งของนวัตกรรมที่เข้าถึงคนหมู่มากอย่างแท้จริง และช่วยพลิกสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ที่เห็นได้ชัดก็คือประเทศในแถบเอเชียใต้ นำโดย บังกลาเทศและอินเดีย ซึ่งขยายวงไปทั่วโลกตามมา รวมถึงในอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย
หรืออย่างในบ้านเราก็กำลังจะมีในชื่อว่า นาโนไฟแนนซ์ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาให้ใบอนุญาตสถาบันการเงินที่ยื่นขอไปแล้วกว่าสิบราย และน่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปีนี้
พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ก็ต้องยกตัวอย่างอินเดียมาให้ดูกันค่ะ เพราะถือได้ว่าเป็นผู้นำด้านไมโครไฟแนนซ์ของโลก ด้วยขนาดพื้นที่มหาศาลที่ใหญ่กว่าประเทศไทยถึงเกือบ 6.5 เท่า และไม่ได้มีสถาบันการเงินทั้งของรัฐบาลหรือธนาคารพาณิชย์มารองรับประชาชนได้พร้อมในทุกพื้นที่ การเงินเพื่อคนจนจึงได้รับการสนับสนุนจากทางการอย่างเต็มที่ ประธานาธิบดี ประนาบ มุขจี ของอินเดียยังออกปากเองว่า อินเดียถือเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมรากหญ้า
แต่สำหรับผู้นำอินเดียแล้ว ก้าวต่อไปของนวัตกรรมการเงินที่นี่ไม่ใช่เพื่อรองรับคนรวยที่ใช้ไอโฟนตามหัวเมืองใหญ่ แต่ควรเป็นนวัตกรรมการเงินแบบไมโครเวนเจอร์ แคปิตอล (Micro Venture Capital) ซึ่งก็คล้ายกับกองทุนเวนเจอร์แคปทั่วโลก ที่ลงทุนในธุรกิจเอสเอ็มอีน้ำดี ดูมีอนาคตไกล เพียงแต่ต่างกันตรงไซส์ โดยที่ของไมโครเวนเจอร์จะเล็กเกินกว่ากองทุนปกติจะสนใจมาร่วมลงทุน
ประเด็นที่น่าสนใจ ก็คือ เขาไม่ได้มองเรื่อง “เงิน” เป็นปัจจัยหลักไปสู่นวัตกรรมที่ว่านี้ แต่มองไปที่เรื่องของ “คน” ใน 2 ส่วนสำคัญ ก็คือ กลุ่มประชาชนทั่วไปที่รัฐต้องส่งเสริมการให้ความรู้ทางการเงิน (Financial inclusion) และกลุ่มนักศึกษาที่จะเป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมเพื่อประชาชนออกมา ซึ่งจำเป็นที่สถาบันการศึกษาต้องช่วยให้เด็กๆ รู้สึกมีส่วนร่วมกับสังคม กับนวัตกรรมรากหญ้าเหล่านี้ด้วย
หากทำได้ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ช่วยให้คนจนในท้องถิ่นมีโอกาสลืมตาอ้าปากได้บ้าง แต่ยังช่วยให้ประเทศสามารถส่งออกนวัตกรรมรากหญ้า ซึ่งยังเป็นที่ต้องการของทั่วโลกได้อีกด้วย







