
บอร์ดกสท.ถกชี้ขาดปมเอสแอลซีซื้อหุ้นเนชั่น
จับตาประชุมบอร์ด กสท. 16 มี.ค. ชี้ขาด เอสแอลซี ซื้อหุ้นเนชั่น ทำได้หรือไม่
จับตาประชุมบอร์ด กสท. 16 มี.ค. ชี้ขาด เอสแอลซี ซื้อหุ้นเนชั่น ทำได้หรือไม่
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) วันจันทร์ที่ 16 มี.ค. นี้ มีวาระการประชุมชวนจับตา ได้แก่ การตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล หมวดหมู่ข่าวสารและสาระ กรณี บริษัทโซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) หรือ เอสแอลซี เป็นผู้มีอำนาจควบคุมช่องข่าวสปริงนิวส์ ได้เข้าซื้อหุ้นของ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป หรือ เอ็นเอ็มจี ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ช่องข่าวเนชั่น ในสัดส่วนที่ถือว่าเข้าข่ายผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน และเป็นการถือครองใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ดิจิตอลในหมวดหมู่เดียวกันเกินสัดส่วนตามที่ประกาศกำหนดไว้ก่อนการประมูล
“การประชุม กสท.จันทร์นี้มีความสำคัญกับอนาคตการกำกับดูแลดิจิตอลทีวี การพิจารณาเรื่องเข้าถือหุ้น เอสแอลซี ใน เอ็นเอ็มจี จะเป็นบรรทัดฐานการกำกับดูแลต่อไป ถ้ากรณี เอสแอลซี ทำได้ หมายความว่าต่อไปการซื้อหุ้นเกินว่า 10% ข้ามช่องกันในกลุ่มช่องเอชดี และกลุ่มช่องข่าวสาร จะทำได้โดยไร้กติกากำกับดูแล จะเป็นความเสี่ยงมาก หากเสียงข้างมากลงมติออกมาว่า การซื้อหุ้นในลักษณะนี้ไม่ผิด และให้ดำเนินการต่อไปได้โดยไม่ต้องแก้ไข นั่นก็จะกระทบอุตสาหกรรม กระทบการแข่งขัน การครอบงำ และผลประโยชน์ของคนดู”น.ส.สุภิญญา กล่าว
สำหรับเรื่องโครงข่ายดิจิตอลทีวีภาคพื้นดินนั้น กสท.ควรต้องตัดสินใจเด็ดขาดได้แล้วว่า กรมประชาสัมพันธ์ไม่สามารถดำเนินการติดตั้งวางโครงข่ายได้ตามเงื่อนไขใบอนุญาตได้เลย เพราะฉะนั้นควรมีมาตรการทางปกครองตามที่เสนอให้ปรับ มิเช่นนั้นอาจเกิดความได้เปรียบกว่า อสมท. โดยหลังจาก อสมท.โดนคำสั่งทางปกครองแล้วสามารถดำเนินการแก้ปัญหาได้มากขึ้น ดังนั้นจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นหน่วยงานราชการแล้วจะได้รับสิทธิมากกว่า สุดท้ายหากกรมประชาสัมพันธ์ไม่สามารถทำได้จริงๆ อาจต้องพิจารณาการพักใช้ หรือเพิกถอน และให้ผู้ที่มีศักยภาพทำดีกว่า เพราะจะส่งกระทบต่อโครงข่ายดิจิตอลทีวี
นอกจากนี้มีวาระข้อมูลเพิ่มเติมต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตามที่ช่อง 7 ได้ยื่นฟ้อง กสท. 3 คน กรณี การออกอากาศคู่ขนานทีวีดิจิตอล ช่อง 3 ทั้งนี้ ตน พร้อมทั้ง ผศ.ดร.ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ และ พลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ มีความพร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ ปชช. ทั้งในแง่มุมกฎหมาย และประโยชน์สาธารณะ อย่างที่ทุกคนเห็นเป็นประจักษ์แล้วว่า ภายหลังการแก้ปัญหาเรื่องนี้ยุติลง อุตสาหกรรมโทรทัศน์เปลี่ยนผ่านและเดินหน้าไปได้ ทั้งเกิดการแข่งขันที่เข้มข้น ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงโทรทัศน์ในรอบหลายทศวรรษ ประชาชนมีช่องทางในการรับชมที่หลากหลายมากขึ้น







