
ชะลอได้แต่อย่าเลิก
การตัดสินใจชะลอการออก พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
การตัดสินใจชะลอการออก พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังจากที่มีเสียงคัดค้านจากประชาชนจำนวนมาก ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการสะท้อนในหลักการทำงานของรัฐบาล ที่แม้ว่าจะมาจากการใช้อำนาจพิเศษ แต่ก็ยังรับฟังเสียงและข้อคิดเห็นที่แตกต่างจากประชาชนทุกภาคส่วน
ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้มีเวลาไปพิจารณาปรับปรุงทบทวนเรื่องโครงสร้างอัตราภาษีที่เหมาะสม การทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะต้องยึดมั่นในหลักการว่า พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคือ การปฏิรูปภาษีครั้งสำคัญของประเทศ และถือเป็นกฎหมายการเก็บภาษีทรัพย์สินครั้งแรกของประเทศไทย และจะเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการทำให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม สามารถกระจายการถือครองที่ดิน และทำให้มีการพัฒนาที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า ช่วยลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ถ้ารัฐบาลที่มีอำนาจเต็มยังปฏิรูปกฎหมายภาษีไม่ได้ อย่าหวังว่าจะเห็นการนำกฎหมายดังกล่าวมาใช้ในยุคการเมืองเต็มใบ
คณะผู้บริหารประเทศจะต้องไม่หลงประเด็นว่า การชะลอกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพราะเศรษฐกิจไม่ดีจะเป็นภาระกับประชาชน เพราะถึงแม้ไม่มีการออกภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ และประชาชนก็เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินที่เก็บสูงถึง 12.50% ของค่าเช่า และต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่อยู่แล้ว แต่หากมีการออกกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกมาใช้จะมีการยกเลิกกฎหมายทั้งสองฉบับ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่จะเสียภาษีในอัตราที่ลดลงจากเดิม ยกเว้นบรรดาคนรวยที่ถือครองทรัพย์สินและที่ดินอยู่เป็นจำนวนมาก 70-75% เท่านั้นที่จะเสียประโยชน์
ดังนั้น แม้รัฐบาลจะประกาศชะลอการออกกฎหมาย พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไประยะหนึ่ง แต่อย่าล้มเลิกความคิดที่จะผลักดันเพื่อนำกฎหมายฉบับนี้ออกมาใช้ เพียงแต่ต้องปรับปรุงในสาระบางส่วน โดยเฉพาะในหมวดที่จะต้องเรียกเก็บภาษีบ้านที่อยู่อาศัย ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศไม่เห็นด้วย เพราะถือเป็นปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน
หากจำเป็นต้องมีการจัดเก็บภาษีบ้านที่อยู่อาศัยด้วย ก็ต้องทำการศึกษาและกำหนดอัตราการยกเว้นภาษีบ้านที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับความเป็นจริงให้มากที่สุด เพราะไม่มีประชาชนคนไหนอยากจะเสียภาษีบ้านที่อยู่อาศัยในผืนแผ่นดินของตัวเองแม้จะเก็บเพียงเล็กน้อยก็ตาม
เพราะหลักการของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น ไม่ได้มุ่งเน้นการเก็บภาษีบ้านเป็นหลัก แต่เน้นการจัดเก็บภาษีที่ดินเพื่อกระจายการถือครองและสร้างความเป็นธรรมในสังคมเป็นหลัก







