posttoday
อุตฯเหล็กป่วนหนักเจอดัมพ์ตลาด-ผู้ผลิตตีกันวุ่น

อุตฯเหล็กป่วนหนักเจอดัมพ์ตลาด-ผู้ผลิตตีกันวุ่น

13 มีนาคม 2558

อุตสาหกรรมเหล็กถือเป็นต้นน้ำที่สำคัญของอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องมือแพทย์ เครื่องจักรกลต่างๆ ตลอดจนการก่อสร้างที่อยู่อาศัย ซึ่งปัจจุบันไทยมีความต้องการเพิ่มสูงถึง 17 ล้านตัน/ปี ซึ่งทั้งหมดล้วนต้องการใช้เหล็กคุณภาพดีมาใช้

อุตสาหกรรมเหล็กถือเป็นต้นน้ำที่สำคัญของอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องมือแพทย์ เครื่องจักรกลต่างๆ ตลอดจนการก่อสร้างที่อยู่อาศัย ซึ่งปัจจุบันไทยมีความต้องการเพิ่มสูงถึง 17 ล้านตัน/ปี ซึ่งทั้งหมดล้วนต้องการใช้เหล็กคุณภาพดีมาใช้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาธุรกิจเหล็กของไทยกลับได้รับผลกระทบจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทั้งจากปัญหาการทุ่มตลาดของ “เหล็กเจือธาตุอัลลอย” จากต่างประเทศ ปัญหาความขัดแย้งกันเองระหว่างผู้ผลิตเหล็กในประเทศ ทำให้เกิดคำถามว่า ทุกวันนี้เราได้ใช้เหล็กคุณภาพที่มีความปลอดภัยหรือไม่

ล่าสุด มีรายงานว่าสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวกับเหล็กของไทย ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อขอให้มีมาตรการปกป้องสินค้าเหล็กจากจีนที่เข้ามาทุ่มตลาดและเป็นเหล็กคุณภาพต่ำเข้ามาขายในราคาถูก โดยใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อเยียวยาความเสียหายอุตสาหกรรมเหล็กไทย

ธีรยุทธ เลิศศิรรังสรรค์ กรรมการสมาคมค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน ชี้แจงถึงปัญหาในวงการเหล็ก ว่า ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการในกลุ่มได้รับผลกระทบโดยตรงจากการทุ่มตลาดของเหล็กผสมอัลลอยเพื่อหลีกเลี่ยงพิกัดศุลกากรจากต่างประเทศ หนำซ้ำผู้ผลิตเหล็กเหล่านั้นยังได้รับการอุดหนุนด้านภาษีส่งออกจากประเทศแม่ ทำให้เมื่อนำเข้ามาขายในไทยจึงมีต้นทุนต่ำกว่าเหล็กที่ผลิตในประเทศมากกว่า 30% ผลที่ตามมาทำให้ผู้ผลิตในไทยแข่งขันยากขึ้น

ขณะที่ก่อนหน้านี้ กระทรวงอุตสาหกรรมพยายามจะออกประกาศแก้ไขมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลม (มอก.20-2543) และเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย (มอก.24-2548) ซึ่งผ่านการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. 2558 แล้ว แต่เมื่อมีการเวียนร่างประกาศฯ กลับพบว่า มีผู้เสียประโยชน์จากประเด็นอื่นในธุรกิจเหล็กขอคัดค้านการใช้ร่างประกาศฯ ดังกล่าว และขอให้แก้ไขในประเด็นที่ตนเสียประโยชน์ก่อนประกาศใช้จริง

“ผู้เสียผลประโยชน์ที่ว่าคือ กลุ่มผู้ผลิตเหล็กที่ใช้เตาไฟฟ้าเหนี่ยวนำ หรือที่เรียกว่า ‘เตาอินดักชั่น’ ในกระบวนการผลิตเหล็ก เขาอยากให้มีการแก้ในประกาศของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ว่า ให้การผลิตเหล็กเส้นกลมและเหล็กข้ออ้อย สามารถใช้ ‘เตาอินดักชั่น’ ของเขาได้ เพราะตอนนี้ตาม พ.ร.บ.มาตรฐานอุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 ของ สมอ. เรื่องกระบวนการผลิตกำหนดให้การผลิตเหล็กทั้งสองชนิดต้องมาจากเตา 3 ประเภทเท่านั้น คือ เตาโอเพ่นฮาร์ท เตาเบสิกออกซิเจน และเตาอิเล็กทริกอาร์กเฟอร์เนซ” ธีรยุทธ ชี้แจง

ธีรยุทธ ชี้แจงว่า ขณะที่ในประเทศไทยกลับมีผู้ผลิตเหล็กที่ใช้เตาอินดักชั่นได้อย่างถูกกฎหมายเพียง 2 รายเท่านั้น ได้แก่ บริษัท ที.เอส.บี. เหล็กกล้า และ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล เนื่องจากได้รับใบอนุญาตจากประธานคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) คนก่อน ตั้งแต่ปี 2557 แล้ว

“การออกใบอนุญาตเป็นกรณีพิเศษถือเป็นเรื่องน่าสงสัย และมีความน่าเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้งานและสาธารณชนในวงกว้าง แต่ สมอ.ก็ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้แต่ประการใด”
ธีรยุทธ กล่าว

ธีรยุทธ ยังมองว่า เรื่องการประกาศแก้ไขมาตรฐานในประเภทเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต กับการแก้ไขมาตรฐานเตาที่ใช้ในการผลิตเป็นคนละประเด็นกัน ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาถึงจุดนี้ และออกประกาศเป็นเรื่องๆ ไป เพราะความเดือดร้อนที่จำเป็นต้องแก้ไขเร่งด่วนของผู้ประกอบการขณะนี้ คือ การโดนทุ่มตลาดจากเหล็กเจืออัลลอยต่างประเทศ

ขณะที่ หทัย อู่ไทย เลขาธิการ สมอ. ชี้แจงว่า ขั้นตอนก่อนการประกาศร่างฯ จะต้องได้รับพิจารณาจากคณะกรรมการวิชาการคณะที่ 9 หรือ ก.ว.9 ก่อน แต่เมื่อถูกท้วงติงก็จะส่งกลับให้ ก.ว.9 พิจารณาอีกครั้ง ดังนั้น สมอ.คงไม่สามารถกำหนดเวลาชัดเจนได้ ขึ้นอยู่กับข้อมูลของคณะกรรมการวิชาการฯ

เพราะประเด็น “การผลิต” ต้องสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย สมอ.จะเลือกปฏิบัติไม่ได้ ประกอบกับได้รับรายงานล่าสุดว่า เทคโนโลยีอินดักชั่นมีการพัฒนาขึ้นมาจนสามารถผลิตเหล็กจำนวนมาก และสามารถผสมน้ำเหล็กได้ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มาก ดังนั้น สมอ.ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อน

“ตอนนี้ผู้ผลิตเหล็กจากเตาอินดักชั่น เราก็ไม่ให้เขาผลิตเหล็กเพื่อขายในประเทศ แต่ให้ส่งออกอย่างเดียว เพราะมีคนร้องเรียนว่า เตาที่ใช้ยังไม่มีการยืนยันว่าปลอดภัย เราก็เป็นห่วงผู้ใช้ที่เขาอาจจะกังวล แต่ต่างประเทศเขาไม่ได้มีการห้ามกัน เราก็ให้เขาส่งออกได้อย่างเดียว แต่เรามีความกังวลว่าการทำแบบนี้มันเป็นการกีดกันการค้าของเขาหรือเปล่า” เลขาธิการ สมอ.กล่าว

ด้านนักวิชาการอย่าง เอนก ศิริพานิชกร ประธาน ก.ว.9 กล่าวว่า เมื่อมีคนทักท้วงในประเด็นการปรับปรุงมาตรฐาน ก็ต้องกลับมาดูว่า มาตรฐานที่เราทำต้องปรับปรุงตรงไหน และขอยืนยันว่า การแก้มาตรฐานในผลิตภัณฑ์เหล็กเส้นกลมและเหล็กข้ออ้อยได้ศึกษาอย่างดีแล้ว โดยกำหนดว่าส่วนประกอบทางเคมีของเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตต้องมีส่วนผสมของโบรอนน้อยกว่า 0.0008% นิกเกิลน้อยกว่า 0.3% โครเมียมน้อยกว่า 0.3% ซิลิคอนน้อยกว่า 0.6% และทองแดงน้อยกว่า 0.4%

“ในมุมนักวิชาการเราก็มองว่า การปรับแก้ มอก.กับการเพิ่มคุณสมบัติเตาอินดักชั่นเป็นคนละเรื่องกัน แต่พอมีคนท้วง มันเลยกลายเป็นท้วงมาตรฐาน มอก.ใหม่ด้วย เราก็ต้องกลับมาทบทวนอีก และต้องยอมรับว่า เตาอินดักชั่นไม่มีกระบวนการเติมออกซิเจนเพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์ในขั้นตอนการผลิตจริง ซึ่งหากโรงงานขนาดใหญ่ใช้เทคโนโลยีนี้จะไม่กังวลเลย เพราะรู้ว่าเขามีความสามารถที่จะแบกรับต้นทุน ที่ต้องนำวัตถุดิบคุณภาพสูงมาผลิต แต่หากผู้ประกอบการที่ไม่มีความรับผิดชอบนำของไม่ดี มีสิ่งแปลกปลอมเจือปนมาใช้รัฐจะคุมอย่างไร” ประธาน ก.ว.9 ตั้งข้อสังเกต

ปัญหาและข้อขัดแย้งในเรื่องมาตรฐานเหล็กที่เกิดขึ้น แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมเหล็กท้วงติงว่า การทำงานที่ล่าช้าของภาครัฐได้ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อเหล็กในประเทศ เพราะแม้ขณะนี้จะมีการชะลอนำเข้าเหล็กเจืออัลลอยราคาถูกจากต่างประเทศได้ก็จริง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลให้การซื้อเหล็กที่ผลิตในประเทศดีขึ้น เพราะเมื่อผู้ใช้รู้ว่ามีเหล็กราคาถูกจ่อรอเข้าประเทศ ทำให้การตัดสินใจซื้อเหล็กถูกชะลอออกไป ซึ่งเรื่องนี้ภาครัฐ และ ก.ว.9 ควรสรุปให้ชัดเจน ก่อนที่อุตสาหกรรมเหล็กในประเทศจะได้รับความเสียหายมากกว่านี้

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน