posttoday
ยังเป็นทิศทางขาลง

ยังเป็นทิศทางขาลง

13 มีนาคม 2558

ผมคิดว่าเรื่องเวลานี้ที่พูดกันมาก กลับไม่ใช่เรื่องของเศรษฐกิจจริงๆ หรือตลาดหุ้น เพราะตลาดหุ้นระยะสั้น ผันผวนและอยู่ในขาลง แต่กลับกลายเป็นเรื่องภาษีที่ดิน ซึ่งยังไม่ได้เกิดขึ้นระยะสั้น

ผมคิดว่าเรื่องเวลานี้ที่พูดกันมาก กลับไม่ใช่เรื่องของเศรษฐกิจจริงๆ หรือตลาดหุ้น เพราะตลาดหุ้นระยะสั้น ผันผวนและอยู่ในขาลง แต่กลับกลายเป็นเรื่องภาษีที่ดิน ซึ่งยังไม่ได้เกิดขึ้นระยะสั้น

ซึ่งปัญหาที่แท้จริงก็คือ มีการออกมาต่อต้านในแง่แนวคิดค่อนข้างมาก ทั้งๆ ที่ภาษีลักษณะนี้ในหลายประเทศในโลกก็มีการใช้กัน เหตุผลก็คือ ยังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนพอจะบอกได้ว่าผู้มีรายได้น้อยจะไม่เสียประโยชน์อย่างไร

แต่ชัดเจนที่สุดก็คือ บุคคลที่ร่ำรวยเขารู้วิธีเสียภาษีเหล่านี้ให้น้อยลง ซึ่งก็มีการวางแผนภาษีไปหมดแล้ว

ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าการทำความเข้าใจของกระทรวงการคลังในยุคนี้น้อยไปหน่อย ทั้งภาษีที่ดินกรณีตอบโจทย์ได้ว่า ไม่ทำให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยเดือดร้อน จะมีผลประโยชน์เข้าประเทศอย่างมหาศาล

ผมบอกตรงๆ เลยว่า ในแง่รายได้ประเทศไทย กรณีปรับกระบวนท่าหลายอย่าง และยอมรับว่าจริง การขาดดุลจะไม่เกิดขึ้น เช่น ภาษีที่ดิน กาสิโน และลอตเตอรี่ เป็นต้น และการปรับเพิ่มภาษี VAT เป็นสิ่งที่ไม่ควรแตะมากที่สุด เพราะนั่นจะทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแรงอยู่แล้วหายไปทันที

การพึ่งพาเฉพาะการส่งออก 2 ปีนี้ ก็เป็นบทเรียนแล้วว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นภาษีที่ดิน หน้าที่ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องทำก็คือ ทำอย่างไรให้ประชาชนที่ร่ำรวยจริงๆ และไม่ใช้ที่ดิน ประชาชนที่มีรายได้น้อยไม่เดือดร้อน และที่สำคัญก็คือ การเร่งประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจเท่านั้นเอง ซึ่งกรณีมองกลับมาตลาดหุ้น กรณีเรื่องนี้ผ่านหรือสำเร็จ และทุกคนยอมรับ ...หุ้นอาจจะขึ้นได้แรงและยั่งยืน เพราะประเทศไทยอาจจะมีสถานะที่มีเสถียรภาพจริงๆ มีเงินจริงๆ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ตัวเลข

วกกลับมาตลาดหุ้นในระยะสั้น การปรับตัวลดลงจนเป็นขาลง นักลงทุนที่มองโลกในแง่ดีอาจจะใช้คำว่า ผันผวน จริงๆ ก็คือการลงมาเป็นขาลง ปัญหาใหญ่ก็คือ การที่ราคาหุ้นแพงเกินไป ซึ่งผมเคยนำเสนอให้ทุกท่านทราบแล้วในบทความฉบับเก่าๆ และเคยนำเสนอไปแล้วว่า ยังไม่มีการตอบรับต่อราคาตลาดที่แพงเกินไปก่อนหน้านี้

ณ SET INDEX ที่ 1,600 จุด การพิจารณา PE ย้อนหลังที่อยู่ในระดับ 20-22 เท่า แม้การมองการคาดการณ์กำไรในปี 2558 PE ปรับตัวลดลงมาก็ไม่น่าต่ำกว่า 15-16 เท่า ซึ่งก็แปลว่ายังคงแพงอยู่ดี เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นการสะท้อนถึงการที่กำไรของบริษัทจดทะเบียนขึ้นไม่ทันราคาตลาด แม้นักลงทุนทราบถึงประเด็นนี้ แต่ก่อนหน้านี้การรับปัจจัยดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้นในราคาหุ้น

คำถามต่อมาอาจจะมีมุมมองที่อยากทราบว่า มีประเด็นไหนที่อาจจะทำให้ราคาหุ้นระยะสั้นปรับตัวขึ้นได้ การรอการเพิ่มขึ้นของกำไรบริษัทจดทะเบียนอาจจะไม่รวดเร็ว เพราะต้องรอครึ่งปีหลังเศรษฐกิจฟื้นตัว ซึ่งต้องยอมรับว่ามีโอกาสแย่กว่าที่คาด สังเกตจากตัวเลขส่งออก และสังเกตจากการลดดอกเบี้ยของ กนง. ซึ่งเป็นการสะท้อนภาพในเชิงลบที่เกิดขึ้น

คำตอบก็คือ ต้องอาศัย Fund Flow เพราะการสังเกตค่าเงินบาทเทียบกับยูโร จะพบว่าวันที่ กนง. ประกาศลดดอกเบี้ย ซึ่งโดยปกติค่าเงินต้องอ่อน แต่ปรากฏว่าบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับยูโร เพราะฉะนั้นต้องสังเกตว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้ามาหรือไม่

สำหรับทิศทาง SET INDEX ระยะสั้น ยังคงประเมินว่าตลาดยังอยู่ในช่วงการปรับฐานต่อไป กรอบการดีดกลับที่เกิดขึ้นจะไม่น่าผ่าน แต่การลงสู่เป้าหมายที่ 1,500 จุด เป็นสิ่งที่เป็นไปได้อยู่แล้ว สถานการณ์ ณ ปัจจุบันจะต้องมาลุ้นกันว่าจะต่ำกว่าหรือไม่ก็เท่านั้น!

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ