posttoday
ยุคที่ 3 อิตัลไทย ‘ยุทธชัย’ ลั่นโต 2 เท่าใน 5 ปี

ยุคที่ 3 อิตัลไทย ‘ยุทธชัย’ ลั่นโต 2 เท่าใน 5 ปี

13 มีนาคม 2558

ถือเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 ของกลุ่มบริษัทอิตัลไทย ที่เร่งปรับโฉมองค์กรครั้งใหญ่หลังจากมีอายุครบ 60 ปีในปีนี้

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

ถือเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 ของกลุ่มบริษัทอิตัลไทย ที่เร่งปรับโฉมองค์กรครั้งใหญ่หลังจากมีอายุครบ 60 ปีในปีนี้ องค์กรนี้ร่วมกันก่อตั้งโดยสองเพื่อนรัก คือ ชัยยุทธ กรรณสูต และจิโอจิโอ เบลลินเจียรี่ ตั้งแต่ปี 2498 ดำเนินธุรกิจครอบคลุม 2 กลุ่มธุรกิจที่เป็นรากฐานสำคัญของประเทศ คือ กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลและบริการด้านวิศวกรรม เชื่อมโยงกับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศและพัฒนาประเทศ และกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมบริการและไลฟ์สไตล์เกี่ยวกับภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งสร้างรายได้เข้าประเทศมหาศาลและสามารถแข่งขันกับทั่วโลกได้

ยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทอิตัลไทย เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสที่กลุ่มอิตัลไทย ครบรอบ 60 ปี ในปี 2558 แผนการดำเนินการงานของกลุ่มบริษัทในระยะ 5 ปี ระหว่างปี 2558-2562 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 100% หรือเฉลี่ยปีละ 20% โดยมียอดขายในปี 2562 ที่ 2.58 หมื่นล้านบาท จากเดิมในช่วงที่ผ่านมามีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 5-10% ซึ่งปี 2557 ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขาย 1.28 หมื่นล้านบาท

“ผมสานต่อธุรกิจจากรุ่นคุณตา (ชัยยุทธ กรรณสูต) ที่ส่งไม้ต่อมาสู่รุ่นคุณแม่ (นิจพร จรณะจิตต์) และต่อมายังรุ่นผม ที่ท่านทั้งสองนั้นให้ความสำคัญกับการบริหารมาก งานออกมาจะต้องออกมาดีและเนี้ยบ แม้ในเวลานี้ผมจะนั่งเป็นซีอีโอ แต่คุณแม่ก็เข้ามาดูเรื่องการใช้เงินลงทุน รวมถึงเข้าไปตรวจไซต์งานด้วย ซึ่งในช่วงเริ่มต้นกับธุรกิจของครอบครัวนั้นคลุกคลีมาจากธุรกิจโรงแรมมากกว่า แต่เมื่อต้องมาจับทั้งสองธุรกิจ ทั้งขายเครื่องจักรกล ก็สามารถทำได้ต้องรู้ว่าเครื่องจักรประเภทใด ทำงานแบบใด แม้ทั้งสองจะเป็นงานที่ต่างกันคนละขั้ว แต่เป็นสิ่งท้าทายที่ไม่มีองค์กรใดสามารถสร้างประสบการณ์เช่นนี้ได้” ยุทธชัย ย้ำ

ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จึงได้วางแผนการลงทุนระยะ 5 ปี มูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท ขยายการลงทุนทั้งในไทยและต่างประเทศ สำหรับธุรกิจหลักของบริษัทที่มีการดำเนินการอยู่ 2 ขา คือ ธุรกิจอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลและบริการด้านวิศวกรรม และธุรกิจด้านบริการและไลฟ์สไตล์ ซึ่ง 2 ธุรกิจนี้มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก แต่ทำให้บริษัทสามารถรองรับความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจได้ โดยจะให้ความสำคัญกับธุรกิจทั้งสองเท่าเทียมกัน

สำหรับธุรกิจอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลและบริการด้านวิศวกรรม จะมีการลงทุน 4,000 ล้านบาท โดยจะมีการขยายแบรนด์สินค้าให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้รองรับความหลากหลายในธุรกิจการก่อสร้าง ปัจจุบันมีการจำหน่ายสินค้า 3 แบรนด์ คือ วอลโว่ ทาดาโน และเอสดีแอลจี ซึ่งจะขยายความหลากหลายของผลิตภัณฑ์เอสดีแอลจีให้มากขึ้น และจะมีการจำหน่าย รถเกรด รถบด รถตักแบ็กโฮ เป็นต้น

พร้อมทั้งขยายเครือข่ายการจำหน่ายทั่วประเทศและต่างประเทศ คาดว่าจะมีสาขาการจัดจำหน่ายเพิ่มเป็น 30 สาขา ในปี 2562 จากปัจจุบันที่มี 14 สาขา จำนวนนี้มีสาขาต่างประเทศในลาว โดยมีแผนจะเปิดสาขาใหม่ที่ประเทศพม่า นครสวรรค์ สุรินทร์ สกลนคร และจะมีการจัดการระบบในการประสานกับผู้รับเหมา

ทางด้านธุรกิจบริการและไลฟ์สไตล์นั้น จะมีการลงทุนราว 7,000 ล้านบาท ขยายธุรกิจโรงแรมในเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ภายใต้แบรนด์ แซฟฟรอน อมารี และโอโซ่ เพิ่มขึ้นจาก 38 แห่งในปัจจุบัน เป็นมากกว่า 100 แห่ง จำนวนห้องพักกว่า 1.85 หมื่นห้อง ใน 10 ประเทศ ภายในปี 2562 ซึ่งปีนี้จะมีการเปิดโรงแรมใหม่ที่มัลดีฟส์ มาเลเซีย ศรีลังกา จีน และออสเตรเลีย พร้อมกันนี้วางแผนจะปรับปรุงโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ลริมแม่น้ำเจ้าพระยามีแผนจะปรับปรุงด้วย         

นอกจากนี้ จะเดินหน้าขยายธุรกิจแฟรนไชส์ชาหรูระดับโลก ร้านชา ทีดับบลิวจี ซึ่งบริหารโดย บริษัท อิตัลไทยฮอสพิทาลิตี้ จากเดิมที่เปิดสาขาในรูปแบบทีซาลอนและบูติก ที่ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน ซึ่งปีนี้จะขยายสาขาใหม่ที่ ดิ เอ็มควอเทียร์ และเปิดสาขาในรูปแบบร้านค้าปลีกที่เซ็นทรัลชิดลม ใช้งบลงทุน 40-50 ล้านบาท/สาขา

“มีความมั่นใจว่าจะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากปลายปีนี้จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ทำให้ตลาดมีขนาดใหญ่ขึ้น จากเดิมทำให้ผู้ประกอบการจะต้องมีการปรับตัวเพื่อรองรับ
การแข่งขันทั้งจากในประเทศและต่างประเทศที่จะหลั่งไหลเข้ามา มองว่าบริษัทจะมีอัตราเติบโตช้าอย่างเดิมไม่ได้ เพราะจะไม่ทันกับการแข่งขันแต่ยังเน้นการเติบโตที่แข็งแรงและมั่นคง” ยุทธชัย กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทยังจะไม่มีการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ และยังไม่มีแผนที่จะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ขณะเดียวกันทางกลุ่มอาจจะมีการลงทุนร่วมกับพาร์ตเนอร์ต่างประเทศในธุรกิจหลักทั้งสอง โดยอยู่ระหว่างการพูดคุยร่วมกัน ทั้งนี้ในอนาคตอาจจะมีการลงทุนเพิ่มเติมและมีการเพิ่มทุนเพื่อนำมาขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

นี่คือแผนการรุกครั้งใหญ่ของธุรกิจที่บริหารงานสไตล์ครอบครัวหรือแฟมิลี่ บิซิเนส ที่แต่เดิมไม่เน้นโตหวือหวาตามแฟชั่น แต่ในคราวนี้เดินหน้าธุรกิจแบบลุยเต็มตัวเพื่อรับโอกาสการเติบโตของเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท