
ความอยู่รอด ของ SME อสังหาฯ
สภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ปัจจุบันแข่งขันเข้มข้นเหลือหลาย แข่งขันทุกสินค้าทุกระดับ โดยเฉพาะคอนโดแข่งกันทุก Location โดยเฉพาะหัวเมืองสำคัญ เช่น ภูเก็ต ขณะนี้ก็เมืองชายแดน แม่สอด มุกดาหาร
สภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ปัจจุบันแข่งขันเข้มข้นเหลือหลาย แข่งขันทุกสินค้าทุกระดับ โดยเฉพาะคอนโดแข่งกันทุก Location โดยเฉพาะหัวเมืองสำคัญ เช่น ภูเก็ต ขณะนี้ก็เมืองชายแดน แม่สอด มุกดาหาร
และการแข่งขันทางตลาดก็ไม่ยุติธรรมเลย เกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” คือ ยักษ์ในตลาดหุ้น 44 บริษัทรุกหนัก เอสเอ็มอีกำลังตกทะเล ที่ตั้งใกล้รถไฟฟ้ายักษ์ใหญ่กว้านซื้อที่ดินสร้างคอนโดแข่งขันบีบคอนโดเอสเอ็มอีไม่มีแบรนด์จนตกหน้าผา ในต่างจังหวัดยักษ์ใหญ่ลงไปสร้างคอนโดและบ้านโครงการละ 1,000-2,000 หลัง ก็กวาดตลาดต่างจังหวัดเกือบจะหมดเกลี้ยง
เหตุการณ์ตลาดเช่นนี้ ผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็กกำลังไม่มีที่จะยืนอีกต่อไป นักวิชาการเรียกว่าเกิดการรวมตัวของกลุ่มบริษัทยักษ์ครองตลาด (Oligagy) ขณะนี้ 60% ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ กำลังถูกกลุ่มบริษัทยักษ์ครองอยู่
แต่ถ้าถึงกับกลุ่มบริษัทยักษ์รวมตัวแลกเปลี่ยนหุ้นกันจนเป็นบริษัทมหายักษ์ เหลือตัวเดียว คลุมในตลาดร่วมครึ่งเรียกว่า “Monopoly” หรือ คุมตลาดในอารยประเทศ เช่น อเมริกา ยุโรป เขาไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ เพราะธุรกิจอยู่ในกลุ่มคนกลุ่มเดียวจะบีบผู้บริโภคก็ตาย จะคลายก็รอด เขาจะกำหนดให้มีสัดส่วน เช่น ไม่เกิน 25% ของตลาด ทำให้เปิด “ตลาดของการแข่งขัน” เป็น Free Trade Market จริงๆ
อนิจจาของไทยโดยเฉพาะตลาดอสังหา ริมทรัพย์กำลังถูกกลุ่มยักษ์ Oligagy ครอบคลุม และอีกไม่ช้าเราคงจะเห็นตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็น Monopoly คือครอบครองเต็มรูปแบบ ขณะนี้ยักษ์ 3-4 บริษัทก็สลับหุ้นกันไปมาจนจะเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว
แล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับเอสเอ็มอี คำตอบก็คือจะต้องตายและหายสาบสูญกันไป เช่น ในญี่ปุ่น เกาหลี บริษัทเล็กๆ อยู่ไม่ได้ตายหมด แต่ในอิตาลีที่สนับสนุนให้เอสเอ็มอีแข็งแรงและอีกหลายแห่งสนับสนุนให้บริษัทครอบครัวเข้มแข็ง ส่งต่อลูกหลานได้ มีรายได้ดีโดยไม่ต้องถูกยักษ์ครอง ลูกหลานก็ไม่ต้องสละเรือไปเป็นลูกจ้างในบริษัทใหญ่
ต้องมาดูกันว่าเอสเอ็มอีอสังหาริมทรัพย์จะรอดจากยักษ์ใหญ่กินรวบอย่างไร หรือจะยอมแพ้ขายธุรกิจปิดตัวไปทำอย่างอื่น ถ้าผู้บริหารประเทศไม่สนใจ เข้าใจ เอสเอ็มอีน่ากลัวจะ
สูญพันธุ์คราวนี้จะรู้สึก ถ้ากลุ่มยักษ์จะฮั้วกัน เช่น ปัจจุบันราคาที่ดินถูกปั่นจนแพงชนเพดาน รวมตัวกันขึ้นราคาบ้านหรือรวมตัวกันเอาไว้ต่อรองกับรัฐบาล
เช่นปัจจุบัน คือ ไม่เห็นด้วยกับการปรับภาษีทรัพย์สิน ไม่เห็นด้วยกับการเสียภาษีมรดก ถ้าไม่ยอมก็ขู่ว่าจะทำให้เกิดปัญหากับเศรษฐกิจ เช่น จะไม่ผลิต จะไม่ขาย รอเศรษฐกิจตกต่ำ ก็จะเกิดปัญหาสังคมกลับมาบีบรัฐบาลให้ยอมวันยังค่ำ เอามาต่อรองกับการเมือง
เหตุการณ์เช่นนี้ยังไม่เกิดแต่กำลังค่อยๆ เห็นมากขึ้นทุกที เอสเอ็มอีก็กำลังถูกบีบให้ตกทะเลมากขึ้น รัฐบาลก็เอาใจคนรวยและยักษ์ใหญ่มากขึ้น เอาใจจนเสียสมดุลกับรายกลางและรายเล็กด้วย
บทนี้ยังไม่ได้เขียนว่า “จะอยู่รอดอย่างไร” ขอเป็นอาทิตย์หน้าแล้วกันนะครับ







