
อินเทล เปิดเกมบุก
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ภาพรวมสัญญาณไอทีปีนี้ ทางอินเทล มองว่า ทิศทางโดยรวมเป็นปัจจัยในเชิงบวกมากกว่าลบ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนของธุรกิจ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ลดลง กลับยิ่งกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายมากขึ้น ประกอบกับเทคโนโลยีใหม่ที่เปิดตัว ยิ่งเป็นการสร้างสีสันให้แก่ตลาดไอทีมากกว่าเดิม
สนธิญา หนูจีนเส้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทเชื่อมั่นเรื่องการลงทุนของภาคธุรกิจที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว อีกทั้งเทคโนโลยีใหม่ที่มาตอบโจทย์การทำงานบนอุปกรณ์มือถือมากขึ้น ยิ่งเป็นส่วนสนับสนุนตลาดให้เกิดการเติบโต
“ในภาวะปกติช่วงไตรมาส 4 ของทุกปีจะเป็นช่วงที่มีการซื้อขายมากที่สุด แต่ในปีที่ผ่านมาช่วงไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว สู้กำลังซื้อของไตรมาสแรกในปีนี้ไม่ได้ จากปัจจัยบวกในเรื่องของเศรษฐกิจโดยรวม การผลักดันประเทศด้วยดิจิทัลอีโคโนมีและเสถียรภาพทางการเมืองต่างช่วยหนุนให้ภาพรวมตลาดไอทีดีกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ” สนธิญา กล่าว
ภาพรวมสินค้ากลุ่มสมาร์ทดีไวซ์และคอนเนกดีไวซ์ ที่ไอดีซีคาดการณ์ว่า ในปี 2020 จะมีมากกว่า 2 แสนล้านชิ้น ไม่ว่าจะเป็น อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงค์ พีซี แฟ็บเล็ต และแท็บเล็ต ที่มีความต้องการของผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นทุกวัน
อินเทล ยังคงรักษาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ในผลิตภัณฑ์กลุ่มไฮไลต์ของปีนี้ จะเปิดตัวโปรเซสเซอร์ เจเนอเรชั่น 5 ในตระกูลคอร์ล่าสุด สำหรับกลุ่มพีซี โน้ตบุ๊ก เพื่อให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น ขนาดเล็กและน้ำหนักเบา ซึ่งจะจับตลาดกลุ่มกลางและบน หากมีการนำไปติดตั้งในกลุ่มสินค้ามากขึ้น ความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้น ราคาชิ้นส่วนนี้ก็จะถูกลง
“ทางด้านโปรเซสเซอร์สำหรับอุปกรณ์โมบาย อินเทลจะเปิดตัว อินเทล อะตอม เอ็กซ์ซีรี่ส์ เพื่อนำไปใช้ในแท็บเล็ต แฟ็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟน เพื่อจัดการแอพพลิเคชั่น ภาพถ่าย กราฟฟิก ทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 3G, 4G, LTE เรียกได้ว่าพร้อมรับการเติบโตทางเทคโนโลยีสมาร์ทดีไวซ์แบบเต็มรูปแบบ ช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้” สนธิญา กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีแผนนำอินเทล คอมพิวท์ สติ๊ก คอมพิวเตอร์พีซีขนาดเท่ายูเอสบีเข้ามาขายในไทย เพื่อตอบสนองการทำงานที่ทันสมัย โดยสามารถเปลี่ยนหน้าจอทีวีให้ทำงานได้ไม่ต่างจากคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง ซึ่งสามารถใช้งานทั้งด้านการศึกษา ตู้จำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่ และระบบวางเครือข่ายได้
“อินเทล คอมพิวท์ สติ๊ก จะมีราคาขายเบื้องต้นประมาณ 3,000-4,000 บาท แต่ทางเจ้าของแบรนด์จะต้องนำไปติดตั้งซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการต่างๆ เอง ซึ่งเชื่อว่าราคาขายจริงจะไม่แพงจนเกินมากกว่านี้” สนธิญา กล่าว
ทางด้านช่องทางการขายในปัจจุบัน เริ่มมีความเป็นไฮบริดมากขึ้น คือ จำหน่ายสินค้ากลุ่มไอทีเกือบทุกประเภทโดยไม่แยกประเภท ทำให้ลูกค้าหาซื้ออุปกรณ์ใหม่ๆ ได้ง่ายมากขึ้น และเป็นโอกาสของ
ผู้จัดจำหน่ายที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ ต้องคอยติดตามว่าเทคโนโลยีใหม่ที่อินเทลนำเข้ามาในตลาดนั้น จะว้าวโดนใจผู้ซื้อจนเกิดกระแสไอทีบูมเหมือน 5 ปีก่อนหรือไม่ เพราะการเปิดตัวสินค้ากลุ่มแวร์เอเบิลใหม่ล่าสุดของแบรนด์แอปเปิ้ลก็ยังไม่จุดกระแสเท่ากับที่หลายฝ่ายคาดหวังนักแต่ความสนใจกลับพุ่งไปในส่วนของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กมากกว่า หรือสินค้าในกลุ่มนี้จะกลับมาแรงอีกครั้งต้องรอลุ้นกัน







