
ไขข้อข้องใจร่าง พรบ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (จบ)
รายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ยังจะต้องมีการแก้ไขอีกหลายประเด็น
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
รายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ยังจะต้องมีการแก้ไขอีกหลายประเด็น ฉะนั้นไขข้อข้องใจวันนี้จะเป็นตอนสุดท้ายที่จะนำเสนอต่อท่านผู้อ่าน
หลักการใหญ่ๆ ได้มีการตอบประเด็นที่ประชาชนควรจะต้องรู้ไปแล้ว ส่วนอัตราภาษีและข้อยกเว้น และเงื่อนไขต่างๆ จะต้องรอให้กระทรวงการคลังและรัฐบาลหารือกันให้ได้ข้อสรุปสุดท้าย จึงจะวิเคราะห์ได้ว่าภาษีนี้จะส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างไร
สำหรับตอนสุดท้ายจะขอเน้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่จะมีบทบาทมากในการเก็บภาษีนี้
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ให้อิสระแก่ อปท.ในการกำหนดอัตราภาษีเองหรือไม่ตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ได้ให้อำนาจ อปท.ออกข้อบัญญัติกำหนดอัตราภาษีที่จัดเก็บให้เหมาะสมกับท้องถิ่นของตน โดยกำหนดอัตราภาษีสูงกว่าอัตราภาษีที่คณะกรรมการกำหนดอัตราภาษีกำหนดได้ แต่ต้องไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
อปท.ที่มีอำนาจจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหมายถึงเขตปกครองส่วนท้องถิ่นใดบ้าง
อปท.ที่มีอำนาจจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หมายถึง เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา แต่ไม่รวมถึงองค์กรบริหารส่วนจังหวัด
อปท.มีอำนาจออกข้อบัญญัติกำหนดอัตราภาษีเพิ่มขึ้นจากที่คณะกรรมการกำหนดอัตราภาษีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างกำหนด แต่ไม่ให้ลดอัตราภาษีต่ำกว่าอัตราที่คณะกรรมการกำหนด
การกำหนดให้ อปท.มีอำนาจข้อบัญญัติกำหนดอัตราภาษีเพิ่มขึ้นจากที่คณะกรรมการกำหนดอัตราภาษีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างกำหนดแต่ไม่เกินเพดานอัตราภาษีนั้น เป็นการส่งเสริมการกระจายอำนาจทางการคลังให้แก่ อปท.
ในกรณีที่ อปท.มีเหตุผลความจำเป็นเพื่อนำเงินไปจัดทำโครงการเพื่อพัฒนาท้องถิ่นเพิ่มเติมจากโครงการปกติ ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถเสนอสภาท้องถิ่นให้ออกข้อบัญญัติจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่าที่คณะกรรมการกำหนดได้ แต่ไม่เกินเพดานอัตราที่กำหนดในกฎหมาย
ส่วนกรณีที่ไม่กำหนดให้ อปท.มีอำนาจออกข้อบัญญัติกำหนดอัตราภาษีจากที่คณะกรรมการกำหนดอัตราภาษีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างกำหนด เนื่องจาก อปท.มีแนวโน้มที่จะกำหนดอัตราภาษีต่ำเกินไป เพื่อมิให้กระทบฐานเสียงทางการเมืองโดยหวังพึ่งพารายได้จากภาษีที่รัฐบาลแบ่งให้หรือจัดสรรให้ และเงินอุดหนุนจากรัฐบาล
รัฐบาลมีนโยบายที่จะจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในช่วงที่วัฏจักรเศรษฐกิจตกต่ำอยู่ในขณะนี้เพื่อเป็นการลงโทษประชาชนใช่หรือไม่
รัฐบาลไม่มีความต้องการที่จะลงโทษประชาชนโดยการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในช่วงที่วัฏจักรเศรษฐกิจตกต่ำเช่นที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้แต่อย่างใด หาก ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี และก็จะต้องถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งจะต้องมีการแปรญัตติ และเสนอแนะแก้ไขกฎหมายในจุดที่คิดว่าไม่เหมาะสม
และแม้กฎหมายจะผ่านการพิจารณาจาก สนช.แล้วก็ตาม กฎหมายนี้จะยังไม่มีผลบังคับใช้ทันที แต่จะมีผลบังคับใช้ในอีก 2 ปีถัดไป เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานจัดเก็บมีความพร้อมและความเข้าใจในการจัดเก็บภาษีนี้ หมายถึงหาก สนช.ผ่านร่างกฎหมายในปีนี้ กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ในปี 2560
เมื่อยังมีเวลาที่จะทำความเข้าใจกับกฎหมายใหม่นี้ ท่านผู้อ่านก็ควรศึกษาหาความรู้ไว้ก่อน และอย่าเพิ่งตื่นตระหนกจนกว่ากฎหมายจะผ่านขั้นตอนทั้งหมดเสียก่อน
อย่างไรก็ดี แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้นตำรับการลดความเหลื่อมล้ำได้สั่งให้คลังชะลอเรื่องร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ออกไปก่อน เพราะประชาชนยังไม่เข้าใจกฎหมายฉบับนี้ กระแสต่อต้านจึงมีมากกว่าเห็นด้วย
เรื่องนี้จบลงด้วยความน่าเสียดาย เพราะหากรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งยังออกกฎหมายนี้ไม่ได้ อย่าหวังว่ารัฐบาลที่มาจากการเมืองจะทำได้ และปัญหาการคลังของประเทศก็จะเป็นปัญหาต่อไปเหมือนเดิม







