เตรียม3แนวทางรับมือคำสั่งศาลปมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน
กรมส่งเสริมสหกรณ์ เตรียม 3 แนวทางรับมือคำสั่งศาลล้มละลายกรณี สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน20 มี.ค. เกษตรฯวอนอย่าตื่นตระหนกแห่ถอนเงินจากสหกรณ์
กรมส่งเสริมสหกรณ์ เตรียม 3 แนวทางรับมือคำสั่งศาลล้มละลายกรณี สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน20 มี.ค. เกษตรฯวอนอย่าตื่นตระหนกแห่ถอนเงินจากสหกรณ์
นายโอภาส กลั่นบุศย์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมได้เตรียม 3 แนวทางรองรับกรณีที่ศาลล้มละลายมีคำสั่งใดๆ
เกี่ยวกับ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ในวันที่ 20 มี.ค.นี้ ประกอบด้วย
1. กรณีศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของสหกรณ์และสั่งให้สหกรณ์ในฐานะลูกหนี้เป็นผู้จัดทำแผน ทางกระทรวงจะมีการตั้งคณะงานมากำกับ ควบคุมการบริหารคณะผู้บริหารชั่วคราว ประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ และผู้แทนเจ้าหนี้ และกระทรวงจะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสนับสนุนแหล่งเงินทุนสำหรับการฟื้นฟูกิจการตามแผนงาน โดยจะดำเนินการหลังศาลเห็นชอบแผนฟื้นฟูฯ
2. กรณีศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูฯ แต่ศาลไม่เห็นชอบให้คณะกรรมการณเป็นผู้จัดทำแผน ทางเจ้าพนักงานพิทักษทรัพย์จะนัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อดำเนินการเลือกผู้จัดทำแผนใหม่ กระทรวงเกษตรฯในฐานะเจ้าหนี้รายหนึ่งจะเสนอผู้ทำแผนต่อที่ประชุมเจ้าหน้า โดยจะเสนอบริษัทที่อยู่ในบัญชีรายชื่อของกระทรวงยุติธรรม และกระทรวงจะมีคณะทำงานเข้ามากำกับดูแลคณะบริหารชั่วคราวที่ประกอบด้วยหน่วนงานภาครัฐและผู้แทนเจ้าหนี้แต่ละกลุ่ม
3. กรณีศาลมีคำสั่งยกคำร้องการของฟื้นฟู จะมีผลให้สหกรณ์เข้าสู่ขบวนการล้มละลาย ซึ่งกระทรวงเกษตรฯจะอุทธรณ์ต่อศาลล้มละลายกลางอีกครั้ง
นายโอภาส กล่าวยืนยันว่าสหกรณ์ทั้ง 76 แห่งที่ทำธุรกรรมกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นในฐานะเจ้าหนี้ ยังมีความเข้มแข็ง ไม่ประสบปัญหาการขาดสภาพคล่อง หรือจุดเสี่ยงต่อความมั่นคงของสหกรณ์แต่อย่างใด ซึ่งเงินฝากของสมาชิกสหกรณ์ทั้ง 76 แห่ง รวมกันทั้งสิ้น 80,716 ล้าน ปล่อยกู้ให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ประมาณ 7,400 ล้าน ขณะที่ภาพรวมของสหกรณ์ทั้งประเทศซึ่งมีทั้งสิ้น 8,161 สหกรณ์ สมาชิก 11.27 ล้านครอบครัว ปริมาณธุรกิจรวม 2.25 ล้านล้านบาท ดังนั้น ในภาพรวมยังมีความเข้มแข็งอยู่ ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีการประชุมชี้แจ้ง และทำความเข้าใจกับสหกรณ์ทั้ง 76 แห่งที่ไปทำธุรกรรมกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมาอย่างต่อเนื่อง ถึงมาตรการภาครัฐที่อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขปัญหาสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน จึงไม่มีจุดเสี่ยงหรือวิกฤตในระบบสหกรณ์
ทั้งนี้ได้ตรวจสอบข่าวการถอนเงินของ สหกรณ์ทั้ง 76 ที่ทำธุรกรรมกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ระหว่างวันที่ 1 – 10 มี.ค. 2558 พบว่า ยังไม่มีการเบิกถอนอย่างผิดปกติ เช่น สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเคหะรัษฏาภูเก็ตจำนวนเงินถอน 5 ล้านบาท สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนห้วยท่าช้าง จำกัด 2 ล้านบาท ขณะที่สหกรณ์ที่เป็นข่าว คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา มีการถอนเงินจำนวน 227 ล้านบาท จากจำนวนเงินสำรองที่สามารถเบิกจ่ายให้แก่สมาชิกทั้งหมด 3,400 ล้านบาท และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนนักบุญเปโตรซึ่งมีเงินฝากกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเพียง 4,500 บาท อย่างไรก็ตามยอมรับว่า การเบิกจ่ายใน 10 วันที่ผ่านมามีการเบิกสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาประมาณ 100 ล้านบาท
ด้าน นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า ขอวอนประชาชนอย่าตื่นตระหนกแห่ไปถอนเงินจากระบบสหกรณ์เพราะกังวลเรื่องสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เนื่องจากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ยืนยันว่า หลังการตรวจสอบโครงข่ายสหกรณ์เจ้าหนี้ของเครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 76 แห่งพบว่ายังมีความเข็มแข็ง ไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า ได้มีการตรวจสอบสหกรณ์ เจ้าหนี้ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ทั้งหมดว่าจะได้รับผลกระทบอะไรหรือไม่ ก็พบว่า แต่ละสหกรณ์มีธุรกรรมทางการเงินจำนวนมากการให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนระดับ 100ล้าน หรือ 1 พันล้านบาท หรือประมาณ 10 % ของสถานทางการเงินของแต่ละแห่งเพราะฉะนั้นจะไม่ส่งผลกระทบอย่างแน่นอน โดยภาพรวมยังมีกำไรสุทธิปีละกว่า 7 พันล้านบาท
"ทั้งนี้สิ่งที่กังวลคือความตระหนกของประชาชนมากกว่า หากแห่ถอนเงิน ซึ่งยืนยันว่าไม่มีปัญหาแน่นอน ทั้งนี้ในรอบปีที่ผ่านมาได้มีการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสหกรณ์ทั่วประเทศเพิ่มขึ้น จากตรวจบัญชีรอบปีปกติ ได้มีการตรวจสอบเพิ่มระหว่างปีด้วย"นายวิณะโรจน์กล่าว
นางนฤมล พนาวงศ์ รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลการเบิกถอนเงินของสหกรณ์ข้างต้นไม่ถือว่าเป็นความผิดปกติแต่อย่างใด เป็นการเบิกตามภาระกิจปกติของสหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีการเบิกถอนเงินเหมือนในระบบธนาคาร โดยในส่วนของสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ล่าสุดได้เจรจาสองฝ่ายแล้ว กรรมการสหกรณ์ยืนยันว่าหลังจากนี้จะไม่มีการเบิกจ่ายเงินค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางอีกต่อไป







