
ตบเท้าจากเมืองสู่ชนบท จีนหนุนสร้างธุรกิจในบ้านเกิด
การจากบ้านที่ต่างจังหวัด และตบเท้าเข้าสู่เมืองใหญ่ๆ เป็นที่พบเห็นได้ทั่วไปในประเทศตลาดเกิดใหม่ทั้งไทยและต่างประเทศ
โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์
การจากบ้านที่ต่างจังหวัด และตบเท้าเข้าสู่เมืองใหญ่ๆ เป็นที่พบเห็นได้ทั่วไปในประเทศตลาดเกิดใหม่ทั้งไทยและต่างประเทศ
ในประเทศจีนก็เช่นเดียวกัน เสี่ยวจางจวิน วัย 43 ปี เดินทางจากบ้านเกิดเลียงปิงคันทรี่ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองฉงชิ่ง ไปยังเมืองเฉิงตู มณฑลกวางตุ้ง ทางใต้ของจีน เพื่อทำงานเป็นลูกจ้างบริษัทธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
แต่ทำงานได้ไม่นาน จางจวินก็เดินทางกลับบ้านเกิด และเปิดธุรกิจอีคอมเมิร์ซ “เทียนหนงปาปู้” ในปี 2010
แน่นอนว่า สินค้าออนไลน์ของจางจวิน คือ สินค้าเกษตรพื้นบ้านของเมืองเลียงปิง นั่นคือ ส้มโอ และไก่ดำออร์แกนิก ซึ่งจางจวินเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ชาวเมืองกำลังกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยทางอาหาร และอีคอมเมิร์ซก็เป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ในการเชื่อมต่อระหว่างสินค้าออร์แกนิกกับลูกค้าในตัวเมือง
ในปัจจุบัน สินค้าอย่างไก่ดำออร์แกนิกของ “เทียนหนงปาปู้” จับมือร่วมกับเกษตรกรกว่า 3,000 ราย และในปี 2014 ที่ผ่านมา บริษัทของจางจวินก็ขายส้มโอทั้งหมด 1.2 หมื่นตัน มูลค่ามากกว่า 60 ล้านหยวน (ราว 156 ล้านบาท)
จางจวินไม่ใช่ชาวจีนคนเดียวที่เริ่มกลับบ้านเกิดเพื่อก่อตั้งธุรกิจ แต่ทันเทียงเชง วัย 37 ปี อดีตแรงงานอพยพเอง ก็กำลังสร้างโรงงานประกอบชิ้นส่วนอิเล็ก ทรอนิกส์
เทียงเชงกลับมาเปิดกิจการในปี 2010 ภายหลังจากการทำงานในโรงงานที่กวางตุ้ง เพื่อสร้างโรงงานสำหรับประกอบชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์
ภายใน 4 ปีหลังจากประกอบธุรกิจ บริษัทของเทียงเชงมีรายได้แตก 2 ล้านหยวน ด้วยลูกจ้างที่เพิ่มจากเพียง 3 คนในแรกเริ่ม เป็น 200 คนในปัจจุบัน
แต่ธุรกิจของจางจวินและเทียงเชงจะประสบความสำเร็จไม่ได้เลย หากปราศจากการช่วยเหลือจากภาครัฐ
รัฐบาลท้องถิ่นฉงชิ่ง พยายามช่วยเหลือชาวบ้านในท้องถิ่นให้หันกลับมาทำงานในบ้านเกิด และเปิดกิจการ แทนที่จะตบเท้าเข้าเมืองเพื่อหางาน โดยฉงชิ่งถือเป็น 1 ในชนบทหลักๆ ที่ประชาชนในเมืองมักเลือกไปทำงานในเมืองใหญ่ และการพาแรงงานกลับบ้านมาเปิดธุรกิจ จะช่วยพัฒนาเมืองทางตะวันออกของประเทศได้อีกด้วย
รัฐบาลท้องถิ่นฉงชิ่งเริ่มออกนโยบายต่างๆ เพื่อช่วยเหลือธุรกิจขนาดย่อมและขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2010 เช่น การช่วยเหลือด้านการเข้าถึงสินเชื่อ หรือการส่งเสริมการให้เงินชดเชยความเสี่ยง การจัดตั้งกองทุนเพื่อธุรกิจขนาดย่อมและขนาดเล็กโดยเฉพาะ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังออกโครงการช่วยเหลือเพื่อยกระดับรายย่อย ทั้งการฝึกฝนทักษะการเป็นผู้ประกอบการหรือเทคนิคต่างๆ
ทั้งจางจวินและเทียงเชงต่างได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลในการเริ่มต้นธุรกิจ โดยเทียงเชงนั้นได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล
“บริษัทมีแค่ 1 แสนหยวนเท่านั้น ในการลงทะเบียนธุรกิจ แต่รัฐบาลก็ให้เงินช่วยเหลือผมอีก 3.7 หมื่นหยวน และอีก 1.5 แสนหยวน เป็นส่วนลดตอนขอสินเชื่อจากรัฐบาล นั่นสำคัญมากสำหรับธุรกิจ” เทียงเชง กล่าว
ในขณะที่เทียนหนงปาปู้ของจางจวินเอง ก็ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลท้องถิ่น ทั้งในด้านเงินอุดหนุน รวมถึงรัฐบาลยังเป็นตัวกลางช่วยเจรจากับเกษตรกรให้ส่งสินค้าให้กับอีคอมเมิร์ซของจางจวินอีกด้วย
ทุกวันนี้ คนแบบจางจวินและเทียงเชงต่างเดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อที่จะเปิดธุรกิจเป็นของตัวเอง ไม่ใช่แค่เดินทางเข้าสู่เมืองหลวงอีกต่อไป บัดนี้ ผู้คนเดินทางจากเมือง “กลับบ้าน” เพื่อเปิดธุรกิจในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย
“ไม่ว่าอย่างไร ที่นี่ก็เป็นบ้านเกิดของผม ถ้าคุณเห็นว่าธุรกิจคือหนทางที่จะสร้างรายได้ละก็ ไม่ว่าที่ไหนคุณก็ทำธุรกิจได้” จางจวิน กล่าว







