
ไขข้อข้องใจภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง (3)
ในการตอบเพื่อไขข้อข้องใจเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทั้งสองตอนที่ผ่านมา
โดย...สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
ในการตอบเพื่อไขข้อข้องใจเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทั้งสองตอนที่ผ่านมา สำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้ตอบปัญหาที่ประชาชนควรรู้เกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้รวม 7 ประเด็น วันนี้จึงขอไขข้องใจในประเด็นต่อมา คือ
8.ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหมายถึงใครบ้าง
ตอบ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ได้แก่
8.1 ผู้เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
8.2 ผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์สินของรัฐ โดยที่ผู้เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ได้แก่ ผู้ที่มีเอกสารสิทธิในการเป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เช่น บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ บริษัทเอกชน เป็นต้น
ผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์สินของรัฐ ได้แก่
1) ผู้ที่ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐที่มีเอกสารสิทธิ เช่น ที่ดิน ส.ป.ก. และที่ราชพัสดุ เป็นต้น
2) ผู้ที่ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐที่ไม่มีเอกสารสิทธิ เช่น ที่ดินในเขาป่าสงวนและมีการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซ้อนในพื้นที่ดังกล่าว เป็นต้น
9.เหตุใดจึงต้องจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกับเจ้าของทรัพย์สินที่อยู่อาศัยเองหรือโรงเรือนปิดว่างที่มิได้ประกอบกิจการใดๆ
ตอบ การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากโรงเรือนอยู่อาศัยเองหรือโรงเรือนปิดว่างมีเหตุผลดังนี้
(1) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นภาษีที่เรียกเก็บจากฐานะมูลค่าของทรัพย์สิน ซึ่งเป็นการจัดเก็บจากความมั่งคั่ง (Wealthy) ของเจ้าของทรัพย์สินมูลค่ามากจะเสียภาษีมากกว่าผู้ที่มีทรัพย์สินมูลค่าน้อย ซึ่งในต่างประเทศก็ถือว่าเป็นแนวทางปฏิบัติสากลในการจัดเก็บภาษีประเภทนี้กับที่อยู่อาศัยหรือโรงเรือนปิดว่าง
(2) การดำรงอยู่ของทรัพย์สินก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น การทำถนน การทำท่อระบายน้ำ การบำบัดน้ำเสีย การคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ดังนั้น เจ้าของทรัพย์สินทุกคนที่ได้รับบริการสาธารณะของท้องถิ่นจึงมีหน้าที่เสียภาษีให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ตอบ ทรัพย์สินที่ไม่ได้จัดเก็บภาษี ได้แก่
(1) ทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
(2) ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่มิได้หาประโยชน์
(3) ทรัพย์สินของรัฐที่ใช้ในกิจการของรัฐหรือสาธารณะโดยมิได้หาผลประโยชน์
(4) ทรัพย์สินที่เป็นที่ทำการขององค์การสหประชาชาติ ทบวงการชำนาญพิเศษขององค์การสหประชาชาติ หรือองค์การระหว่างประเทศอื่น ซึ่งประเทศไทยมีข้อผูกพันที่ต้องยกเว้นภาษี
(5) ทรัพย์สินที่เป็นที่ทำการสถานทูต หรือสถานกงสุลของต่างประเทศ
(6) ทรัพย์สินของสภากาชาดไทย
(7) ทรัพย์สินที่เป็นศาสนสมบัติไม่ว่าของศาสนาใดที่ใช้เฉพาะเพื่อการประกอบศาสนกิจ หรือกิจการสาธารณะหรือทรัพย์สินที่เป็นที่อยู่ของสงฆ์ นักพรต นักบวช หรือบาทหลวงไม่ว่าในศาสนาใด หรือทรัพย์สินที่ศาลเจ้า ทั้งนี้เฉพาะที่มิได้ใช้หาผลประโยชน์
(8) ทรัพย์สินที่ใช้เป็นสุสานสาธารณะ หรือฌาปนสถานสาธารณะ โดยมิได้รับประโยชน์ตอบแทน
(9) ทรัพย์สินของเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ เฉพาะส่วนที่ได้ยินยอมให้ทางราชการหรือประชาชนใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ โดยเจ้าของทรัพย์สินนั้นมิได้ใช้หรือหาผลประโยชน์ในทรัพย์สินนั้น
(10) ทรัพย์สินตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
10.ฐานภาษีมีหลักเกณฑ์การประเมินอย่างไร
ตอบ หลักเกณฑ์การประเมินฐานภาษีมีดังต่อไปนี้
1) กรณีที่ดินที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินเป็นฐานภาษี
2) กรณีที่ดินที่มีสิ่งปลูกสร้าง ให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินรวมกับราคาประเมินทุนทรัพย์สิ่งปลูกสร้างเป็นฐานภาษี
3) กรณีห้องชุดให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุดเป็นฐานภาษี
ทั้งนี้ ให้หักค่าบำรุงรักษาสิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
1) สิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปี จนถึง 10 ปี ให้หักค่าบำรุงรักษาแต่ละปีในอัตราร้อยละ 1 ต่อปี ตามอายุของสิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดนั้น
2) สิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดที่มีอายุตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป ให้หักค่าบำรุงรักษาร้อยละ 10 เมื่อคำนวณราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน สิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดทั้งหมดที่ถือครองอยู่ ในกรณีของทรัพย์สินที่ใช้เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยหรือทำการเกษตรหากมีมูลค่าไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาก็ให้ได้รับการยกเว้นภาษี







