
ชูวี่ จูเนียร์ สร้างแบรนด์ขนมอบจนติด
โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ
โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ
ทุกวันนี้ทุกคนในสิงคโปร์รู้ดีว่า ชูวี่ จูเนียร์ เป็นธุรกิจขนมอบที่เชี่ยวชาญการทำครีมพัฟฟ์แสนอร่อย แม้ว่าในช่วงแรกของการเปิดตัวในปี 2007 ลูกค้าหลายคนจะเข้าใจผิดว่า สินค้าหลักของธุรกิจแห่งนี้คือ โดนัทก็ตาม
เควิน อ๋อง กรรมกรรมผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง ชูวี่ จูเนียร์ เล่าให้ฟังว่า แม้ครีมพัฟฟ์จะไม่เหมือนโดนัทเสียทีเดียว แต่แรงบันดาลใจในการทำธุรกิจขนมอบนี้กลับเกิดจากโดนัท โดยช่วงเวลาดังกล่าว โดนัทถือว่าเป็นสินค้ายอดฮิตในแดนลอดช่อง ผู้คนยอมต่อแถวยาวเพื่อรอที่จะซื้อโดนัทกัน
“ผมเห็นว่ามีคนต่อแถวยาวมากเพื่อที่จะรอซื้อโดนัท ผมเลยลองเข้าไปต่อแถวซื้อ 2 ครั้งเพื่อพยายามทำความเข้าใจว่าทำไมคนถึงคลั่งไคล้โดนัท” อ๋อง กล่าว
นั่นจึงเป็นที่มาของไอเดียในการทำร้านขายครีมพัฟฟ์ เนื่องจากครีมพัฟฟ์มีลักษณะคล้ายโดนัท และน่าจะเกาะกระแสความคลั่งไคล้โดนัทในสิงคโปร์ได้ มิหนำซ้ำ ครีมพัฟฟ์ยังเป็นขนมที่แปลกใหม่สำหรับขนมอื่นๆ ในท้องตลาด’’
ไม่ว่าไอเดียธุรกิจนี้จะเด็ดขนาดไหน แต่การเริ่มต้นกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด โดยเฉพาะการคิดสูตรขนมซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการทำธุรกิจอาหาร อ๋องต้องทิ้งขนมมากกว่า 2,000 ชิ้น ในช่วง 2 เดือนแรกของการเปิดร้าน เพื่อที่จะได้สูตรขนมที่ดีที่สุดสำหรับ ชูวี่ จูเนียร์
“คนส่วนใหญ่บอกว่า ‘โดนัท’ ของเราอร่อย เพราะเราใช้การอบแทนการทอด” อ๋อง กล่าว
นอกจากนั้น โดนัทส่วนใหญ่ยังไม่มีการประดับตกแต่ง ทำให้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจขนมของชูวี่ จูเนียร์ ที่โรยด้วยท็อปปิ้งหลายชนิดอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อลูกค้าเห็นขนมครีมพัฟฟ์ ก็มีแนวโน้มที่จะขอเข้ามาชิมสักครั้ง และกลายเป็น “ลูกค้าประจำ” ของร้านในที่สุด
อ๋อง ยืนยันว่า การเข้าใจความคิดของลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ ลูกค้าส่วนใหญ่มักชอบความคุ้นชิน และไม่ค่อยเปิดใจระดับอะไรใหม่ๆ ง่ายๆ ฉะนั้นการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ สู่ท้องตลาดคือ ต้องให้ลูกค้ามีโอกาสได้ลอง ซึ่งหากสินค้าถูกใจ ลูกค้าก็จะบอกต่อเพื่อนๆ
เจ้าของธุรกิจยังเปิดเผยถึงโมเดลธุรกิจว่ามี 4 ข้อด้วยกันคือ “ทำให้เรียบง่าย” “ทำให้เร็ว” “สนใจที่จุดๆ เดียว” และ “ขยายศักยภาพ” โดยทำให้ขั้นตอนการทำ “เรียบง่าย” และ “สนใจขนมชนิดเดียว” เท่านั้น วิธีนี้จะทำให้การทำขนม “เร็ว” ขึ้นและมีโอกาสที่จะ “ขยายศักยภาพ” ในอนาคต
ยกตัวอย่างเช่น โรงงานผสมแป้งครีมพัฟฟ์ของชูวี่ จูเนียร์มีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น และส่งให้แต่ละสาขาซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 7 แห่งไปอบและตกแต่งกันเอง ด้วยวิธีนี้ทำให้โรงงานไม่ต้องเผชิญความยุ่งยากในการผลิต และผลิตได้เร็วขึ้น
กระบวนการผลิตมีความเรียบง่ายทำให้ไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้แรงงานที่มีทักษะสูงมากนัก การฝึกพนักงานใหม่ทำได้ง่าย เพียงแค่รักษามาตรการของบริษัทเท่านั้น
ทั้งนี้ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในสิงคโปร์กำลังประสบปัญหาค่าแรงและค่าเช่าสถานที่แพง ซึ่งทำให้ศักยภาพในการแข่งขันลดลงอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม อ๋องกลับสามารถทำลายข้อจำกัดดังกล่าวได้ด้วยการทำขั้นตอนการผลิตให้ง่ายขึ้น
ขณะเดียวกัน อ๋องยังเลือกที่จะตั้งร้านใกล้กับสถานีรถไฟใต้ติด ซึ่งเป็นที่ที่คนพลุกพล่าน ในจุดนี้อ๋องยอมที่จะจ่ายค่าเช่าแพง แต่เพื่อแลกกับโลเกชั่นที่ดีเยี่ยม
ถึงกระนั้น เจ้าของเครือข่ายร้านชูวี่ จูเนียร์ ก็ยืนยันว่า ไอเดียและนวัตกรรมเท่านั้นที่จะทำให้ธุรกิจมีความยั่งยืน
ปัจจุบัน ความพยายามของอ๋องประสบความสำเร็จ ร้าน ชูวี่จูเนียร์ มีคนต่อแถวยาวเพื่อรอซื้อครีมพัฟฟ์แสนอร่อยพอกับร้านโดนัทที่จุดประกายไอเดียการทำธุรกิจแห่งนี้ &O5532;
กลยุทธ์ธุรกิจขนมอบ
เสนอสินค้าแปลกใหม่สู่ท้องตลาด
สร้างความแตกต่างจากสินค้าที่มีอยู่เดิม
ต้องเข้าใจความคิดของลูกค้า
สนใจสินค้าชนิดเดียวเท่านั้น







