
หุ้นเปิดตลาดปรับตัวทะลุ800จุด
ตลาดหุ้นไทยทะยานเหนือ 800 จุดสำเร็จแล้วหลังจากมีข่าวดีทั้งจากต่างประเทศและในประเทศทะลักเข้ามา นักวิเคราะห์คาดในช่วงสั้น
ตลาดหุ้นไทยทะยานเหนือ 800 จุดสำเร็จแล้วหลังจากมีข่าวดีทั้งจากต่างประเทศและในประเทศทะลักเข้ามา นักวิเคราะห์คาดในช่วงสั้น
เช้าวันนี้ ดัชนีหุ้นเอเชียสดใสถ้วนหน้า ส่วนไทยขึ้นไปสูงสุดถึง 802.63 จุด ก่อนย่อมาซื้อขายบริเวณ 800 จุด หรือบวก 8 จุดเศษ ตามแรงซื้อหุ้นทั่วทั้งกระดาน โดยเฉพาะตัวใหญ่ในกลุ่มพลังงานและธนาคารพาณิชย์ หลังจากธนาคารกลางจีนได้ประกาศว่า
จะปรับค่าเงินหยวนให้ยืดหยุ่นขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เลิกนโยบายอิงค่าเงินเหรียญสหรัฐ เหมือนกับที่ใช้อยู่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ค่าเงินในเอเชียแข็งค่าขึ้น และคาดว่าเงินต่างประเทศจะไหลบ่าเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นในภูมิภาคนี้อีกครั้ง ขณะเดียวกับราคาน้ำมันล่วงหน้าก็ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง ซื้อขายเหนือ 77 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้หุ้นในครอบครัวปตท.กลับมาน่าสนใจอีกครั้งหลังจากนิ่งมานาน
ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์เอเซียพลัส(ASP) มองตลาดหุ้นขาขึ้น แนะนำให้ซื้อหุ้นธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะธนาคารกรุงไทย (KTB)ไทยพาณิชย์(SCB) และกรุงศรีอยุธยา(BAY) เพราะผลงานไตรมาส 2 ปีนี้จะมีกำไรดี จากเงินปันผลของกองทุนวายุภักษ์ และคาดว่าธนาคารทิสโก้(TISCO)จะมีกำไรสูงที่สุดในกลุ่มนี้ เนื่องจากมีรายได้จากค่าที่ปรึกษาของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ในการขายหุ้นธนาคารนครหลวงไทยให้กับกลุ่มธนชาต เป็นเงินประมาณ 140 ล้านบาทและมีการขายทรัพย์สินรอการขายอีก จำนวน 100 ล้านบาท
ขณะเดียวกันเอเซียพลัสแนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นส่งออก โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ เพราะค่าเงินที่แข็งค่าอาจจะทำให้การส่งออกชะลอตัวลง
ส่วนบริษัทหลักทรัพย์กิมเอ็ง(ประเทศไทย) แนะนำให้หลีกเลี่ยงหุ้นถ่านหิน เนื่องจากฝนตกหนักในประเทศจีน ทำให้ความต้องการใช้น้อยลงและมีผลต่อเนื่องถึงราคาถ่านหิน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซียไซรัส(FSS) คาดในสัปดาห์นี้มีโอกาสดัชนีขยับขึ้นไปหาจุดสูงสุดเดิมแถว 798-800 จุด แต่ดัชนีที่ขยับขึ้นมาค่อนข้างแรงแล้ว ทำให้ต้องระวังจังหวะแกว่งตัวของตลาดเป็นระยะๆ รวมทั้งต้องระวังการปรับพักตัวจึงมีโอกาสย้อนกลับลงไปแถว 780 จุดหรือต่ำกว่านี้ได้
ส่วนหุ้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางลบจากนโยบายค่าเงินหยวนของจีน ได้แก่กลุ่มส่งออกเพราะเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น หุ้นที่หลีกเลี่ยงระยะสั้นได้แก่ กลุ่มอิเล็คทรอนิคส์,บริษัทจีเอฟพีที( GFPT)และเจริญโภคภัณฑ์อาหาร( CPF)







