posttoday
"ทหารไทย" รุกลงทุนหุ้นทั่วโลก

"ทหารไทย" รุกลงทุนหุ้นทั่วโลก

11 มีนาคม 2558

ทหารไทยคลอดกอง Global Quality Growth ช่วยกระจายความเสี่ยง ชี้ลงทุนหุ้นทั่วโลกต้องอาศัย Active Fund

ทหารไทยคลอดกอง Global Quality Growth ช่วยกระจายความเสี่ยง ชี้ลงทุนหุ้นทั่วโลกต้องอาศัย Active Fund

นายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนสูง แต่หลังจากนี้การลงทุนหุ้นต่างประเทศจะมีโอกาสให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจมากกว่า เนื่องจากระดับราคาต่อกำไร (พี/อี) ตลาดหุ้นไทยขึ้นมาที่ 15-16 เท่าแล้ว ขณะที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังไม่มาก

“ถ้ามองว่าหุ้นไทยที่พี/อี 16 เท่า ก็ไม่ได้ถูกไม่ได้แพงเกินไป แต่บางมุมมองเห็นว่าค่อนข้างจะเต็มมูลค่าแล้ว”นายสมจินต์ กล่าว

ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ในช่วงขาขึ้นนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา แต่ยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวดีขึ้น นักลงทุนคลายกังวลกับกรณีประเทศกรีซ รวมทั้งมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของยุโรปและญี่ปุ่น โดยพี/อีตลาดหุ้นโลกอยู่ที่ 14.7 เท่า

“อย่างไรก็ตาม การลงทุนหุ้นต่างประเทศอาจจะไม่ได้ช่วยเพิ่มผลตอบแทนในทันที แต่จะช่วยลดความเสี่ยงและความผันผวนของทั้งพอร์ตลง แม้ว่าจะยังชอบการลงทุนหุ้นสหรัฐอยู่ แต่ควรกระจายการลงทุนในหุ้นทั่วโลก แต่เพราะตลาดหุ้นทั่วโลกไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับตลาดหุ้นสหรัฐ ดังนั้นจึงควรลงทุนผ่าน Active Fund จะช่วยเพิ่มมูลค่าได้ดีกว่า”นายสมจินต์ กล่าว

ทั้งนี้ บลจ.ทหารไทย เปิดขายกองทุนทหารไทย Global Quality Growth ซึ่งมีนโยบายลงทุนหุ้นทั่วโลก โดยลงทุนในกองทุน Wellington Management Portfolios (LUX) - Global Quality Growth Portfolio และมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยจะเพิ่มสัดส่วนการป้องกันความเสี่ยงหากประเมินว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐ

“กองทุนนี้มีกระบวนการคัดกรองหุ้นที่เป็นระบบ ชัดเจน และซื้อขายไม่บ่อย แม้ว่าจะเป็น Active Fund ทำให้ต้นทุนการบริหารจัดการกองทุนไม่สูง ซึ่งเป็นไปในแนวทางเดียวกับ บลจ.ทหารไทย”นายสมจินต์ กล่าว

นายสมจินต์ กล่าวว่า กองทุนหลักจะใช้เกณฑ์ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด(Cash Flow) แทนกำไรทางบัญชี (Accounting Earnings) เนื่องจากกระแสเงินสดตบแต่งตัวเลขได้ยากกว่า และพิจารณาความสามารถในการเติบโตของรายได้ รวมทั้งความสม่ำเสมอของการจ่ายเงินปันผล โดยคัดกรองหุ้นจาก 3,000 บริษัท เหลือ 250 บริษัท จากนั้นจะเข้าไปวิเคราะห์รายบริษัทจนเหลือ 60-90 บริษัทที่จะเข้าลงทุน

ปัจจุบันกองทุนหลักลงทุนในสหรัฐ 67% ยุโรป 17% ประเทศกำลังพัฒนา 12% เอเชีย 1% และญี่ปุ่น 1% โดยลงทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ 37%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท