
แบงก์ยอมรับภาษีบ้านกระทบกำลังซื้อ-สินเชื่อ
แบงก์ยอมรับภาษีกระทบจิตวิทยาคนซื้อบ้านทำให้ชะลอการตัดสินใจ กสิกรเล็งปรับการถือครองเอ็นพีเอ
แบงก์ยอมรับภาษีกระทบจิตวิทยาคนซื้อบ้านทำให้ชะลอการตัดสินใจ กสิกรเล็งปรับการถือครองเอ็นพีเอ
นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอาจกระทบเชิงจิตวิทยาระยะสั้นกับผู้ที่กำลังซื้อบ้าน ทำให้ชะลอการตัดสินใจเพื่อรอความชัดเจนว่าจะเก็บภาษีหรือไม่และจะเก็บในอัตราเท่าใด แต่กระทบต่อสินเชื่อบ้านของธนาคารไม่มาก เพราะปัจจัยที่มีผลคือภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
อย่างไรก็ดี ภาษีดังกล่าวอาจทำให้ธนาคารมีต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากทรัพย์สินรอการขาย (เอ็นพีเอ) ซึ่งตามกฎหมายผู้ถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินต้องรับผิดชอบภาษี
สำหรับปีนี้ ธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อบ้านขยายตัว 10-15% โตต่อเนื่องจากปีที่แล้วที่ 12-13% ยอดคงค้างสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย 1.91 แสนล้านบาท
นายทวี ธีระสุนทรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ไม่ห่วงว่าภาษีบ้านจะกระทบต่อสินเชื่อบ้าน เพราะไม่กระทบต่อความต้องการซื้อแต่ที่ต้องติดตามคือผลกระทบของภาษีต่อราคาบ้านในระยะต่อไป เพราะยังไม่แน่ชัดว่ารัฐจะคิดภาษีที่ดินเปล่าของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือไม่ หากคิดก็จะทำให้ผู้ประกอบการนับเป็นต้นทุนและรวมในราคาขายบ้าน ทำให้ผู้ซื้อได้บ้านในราคาที่แพงขึ้น หรืออีกนัยหนึ่งในราคาที่เท่ากันจะได้บ้านที่เล็กลง ผู้ซื้อจะชะลอการตัดสินใจ ส่งผลต่อภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้
นอกจากนี้ ยังรอความชัดเจนว่าจะมีการคิดภาษีกับเอ็นพีเอธนาคารหรือไม่ หากคิดก็จะทำให้ธนาคารมีภาระเพิ่มขึ้นและมีผลต่อบ้านมือสองที่ต้องปรับฐานราคาใหม่ รวมทั้งธนาคารต้องปรับนโยบายลดการถือครองทรัพย์สิน ขยายเวลาการประนอมหนี้มากขึ้น และพิจารณาการซื้อทรัพย์จากกรมบังคับคดีที่่มีต้นทุนภาษี หากไม่คุ้มก็ไม่ซื้อ







