posttoday
ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลฟอร์มดีกว่าการท่องเที่ยว

ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลฟอร์มดีกว่าการท่องเที่ยว

21 มิถุนายน 2553

ไตรมาส 2 นี้ จะใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 6-8 เดือน และเชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาในไตรมาส 4 ปีนี้อย่างแน่นอน

ไตรมาส 2 นี้ จะใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 6-8 เดือน และเชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาในไตรมาส 4 ปีนี้อย่างแน่นอน

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

แม้ว่าธุรกิจของบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ผู้จัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์แบรนด์ชั้นนำและส่วนแบ่งเงินลงทุนจากบริษัทลูก ทั้งโรงแรมและอาหารที่มีการกระจายความเสี่ยงเป็นอย่างดีทั้งในและนอกประเทศ แต่ผลจากการชุมนุมประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดงและเหตุการณ์จลาจลช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทนี้เช่นเดียวกับกลุ่มโรงแรม แม้ว่าจะเป็นผลกระทบที่น้อยกว่า

ปี 2553 มีการคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยจะทรงตัวเท่ากับปี 2552 ที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา 14 ล้านคน แต่ผลประกอบการของบริษัทแห่งนี้จะเติบโตมากกว่าการท่องเที่ยว อันเนื่องจากธุรกิจที่กระจายรายได้และกำไรมาจากทั้งโรงแรม อาหาร และธุรกิจรับจ้างบริหารโรงแรม

ปีนี้ผลประกอบการของ MINT คาดว่าจะผันผวนตามการท่องเที่ยว โดยไตรมาสแรก ปี 2553 ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศฟื้นตัวแรง ได้ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิถึง 600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนสูงกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น 32%

แต่ไตรมาส 2 เชื่อว่าสถานการณ์จะกลับตาลปัตรมาทรุดตัวลงอีกครั้งหนึ่ง เพราะเหตุจลาจลที่ฉุดธุรกิจอย่างหนักในช่วงสองเดือนแรก คือ เม.ย.-พ.ค. ของปีนี้

ที่เห็นผลกระทบต่อการดำเนินงานอย่างชัดเจนผ่านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ ร้านขนาดใหญ่ของแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำ Gap ที่เพิ่งเปิดเป็นแห่งแรกที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2553 สร้างยอดขายถล่มทลายได้ไม่ถึงเดือน ต้องมีอันปิดตัวลงไปเพราะการชุมนุม

“ประภารัตน์ ตังควัฒนา” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการเงิน MINT นำเสนอข้อมูลว่า สถานการณ์ความไม่สงบที่พื้นที่ราชประสงค์ช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. ทำให้ MINT ต้องปิดโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ปิดสาขาร้านอาหารจากเพลิงไหม้ 4 สาขา และร้านค้าปลีกในกลุ่มบริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น (MINOR) รวม 9 เคาน์เตอร์ ผลกระทบนอกเหนือจากโรงแรม 5 แสนบาทต่อวัน แต่ถ้ารวมความเสียหายทั้งหมดเท่ากับ 2.9 ล้านบาทต่อวัน ที่จะส่งผลให้ผลประกอบการของธุรกิจโรงแรมในไตรมาส 2 และ 3 ตกลงและฟื้นตัวในไตรมาส 4

ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลฟอร์มดีกว่าการท่องเที่ยว ประภารัตน์ ตังควัฒนา

ส่วนภาพรวมทั้งปีรายได้จากธุรกิจโรงแรมน่าจะทรงตัว ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารและรับจ้างบริหารโรงแรม รวมถึงการลดต้นทุนจากการออกหุ้นกู้ในเดือน พ.ค. จะทำให้รายได้เติบโตต่อไปได้จากปี 2552 ที่ 5-10% จากประมาณการเดิม 12-15% โดยปี 2552 บริษัทมีรายได้ประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ยังคงประมาณการว่ากำไรสุทธิจะเติบโตมากกว่ารายได้ แม้ว่าจะไม่ถึง 20-25% เทียบปี 2552 ตามที่เคยประมาณการไว้ก็ตาม

ช่วง 2 เดือนในไตรมาส 2 นับว่าส่งผลต่อ MINT น้อยมาก เท่ากับสูญเสียรายได้เพียง 1% ของรายได้ต่อวัน หรือ 5 แสนบาทต่อวัน เทียบรายได้ไตรมาสแรกที่วันละ 60 ล้านบาท เพราะจุดขายอาหารและสินค้าแฟชั่นที่เสียหายคิดเป็นส่วนน้อยมากถ้าเทียบรายได้ร้านอาหารของ MINT ช่วงไตรมาสแรก ปี 2553 ที่มี 1,117 แห่ง และจุดขายสินค้า 279 แห่ง และ 0.5% ของทรัพย์สินมีตัวตนสุทธิช่วงไตรมาสแรกเท่านั้น

ความเสียหายเล็กน้อยนี้ สะท้อนการดำเนินธุรกิจที่หลากหลายที่ทำให้มีการกระจายความเสี่ยงครอบคลุมทั่วประเทศไทยและอีก 14 ประเทศ

แม้คาดว่าธุรกิจบางส่วนบริเวณสี่แยกราชประสงค์ต้องปิดให้บริการชั่วคราวช่วงการชุมนุม แต่การที่บริษัทเข้าถือหุ้น MINOR ถึง 99.92% ในไตรมาส 2 ทำให้มีรายได้จากการจัดทำงบการเงินรวมกับ MINOR ในครึ่งปีหลัง และมีรายได้เพิ่มเข้ามาในไตรมาสนี้ 695 ล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่รับรู้รายได้จากธุรกิจนี้บางส่วนเพียง 116 ล้านบาท และธุรกิจที่หยุดดำเนินงานช่วงไตรมาส 2 กลับมาดำเนินงานปกติแล้ว

ส่งผลให้นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส เชื่อว่าผลประกอบการไตรมาส 2 เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนจะยังเติบโตได้ นอกจากนี้ บริษัทยังทำประกันภัยคุ้มครองความเสี่ยงไว้ทุกประเภทครอบคลุมเหตุจลาจล มูลค่ารวม 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย

5 เดือนแรกปีนี้อัตราการเข้าพักในโรงแรมเครือ MINT เฉลี่ยที่ 54% สูงกว่า 5 เดือนแรกปีก่อนที่อยู่ที่ 52% ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเพิ่มขึ้น 5% เทียบช่วง 2 เดือนที่มีจลาจลที่ 45%

ช่วงนั้นโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ มีอัตราการเข้าพักเพียง 6% และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักช่วง 2 เดือนดังกล่าวลดลง 15%
MINT ตั้งเป้าหมายอัตราการเข้าพัก 55-60% ลดลงจากเป้าหมายเดิมที่ 65% แต่มีการเปิดโรงแรมใหม่ในต่างประเทศอีก 3 แห่งในปีนี้ รวม 342 ห้อง ที่จะพยุงรายได้ของธุรกิจโรงแรมในปีนี้

ด้านธุรกิจอาหารรายได้จากร้านอาหารสาขาเดิม 5 เดือนแรกปีนี้เติบโต 3.4% สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ติดลบ 0.8% ขณะที่รายได้เฉลี่ยรวมเติบโต 7.1% ลดลงจาก 9.6% ช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทมีแผนขยายธุรกิจอาหารในปีนี้ที่จะเพิ่มอีก 88 สาขา (35 สาขาเป็นเจ้าของ 53 สาขาเป็นแฟรนไชส์) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ขยาย 69 สาขา ส่งผลให้ปัจจุบันมีร้านอาหารรวม 1,112 สาขา เจ้าของเองต่อแฟรนไชส์ 61 : 39 และปีนี้จะเปิดสาขาต่างประเทศเพิ่มที่เวียดนาม ลาว ฟิลิปปินส์ และอินเดีย

หลังจากการปิดร้าน Gap ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ไป ล่าสุดย้ายร้านไปเปิดที่ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม ขณะที่อีก 3 สาขาจะเปิดตามแผนที่ห้างสรรพสินค้าพารากอนและเซ็นทรัล ลาดพร้าว รวมทั้งในอนาคตที่พาราไดส์ พาร์ค

สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีแผนจะเปิดโรงแรมใหม่ 2 แห่ง คือ เซ็นต์ รีจิส โอเท็ล กรุงเทพฯ และอนันตรา รีสอร์ท ที่มัลดีฟส์ โดยโรงแรมแรกมียอดขายแล้ว 10% จาก 15% ที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะขายได้ในปีนี้ โดยปัจจุบันการก่อสร้างแล้วเสร็จ 75% และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ไตรมาส 4 ปีนี้

“เชื่อว่าโอกาสขายได้ตามเป้าหมายมีมากเนื่องมาจากราคาต่อตารางเมตรของเซ็นต์ รีจิส ต่ำกว่าคู่แข่งเพียง 5,500 เหรียญสหรัฐต่อตารางเมตร แม้ว่าเป็นอัตราซื้อเพื่อเช่า แต่คู่แข่งตารางเมตรละประมาณ 6,700-7,600 แต่เป็นการซื้อขาด”

จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทย 4 เดือนแรกปีนี้เติบโต 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือ 5.8 ล้านคน ถ้าอุตสาหกรรมนี้ฟื้นตัวไตรมาส 4 ตามที่คาดกัน นักท่องเที่ยวคงเสมอตัว 14 ล้านคนเท่าปีก่อน

“ประภารัตน์” ประเมินว่าจากสถิติวิกฤตการณ์ตั้งแต่ปี 2544 ที่ MINT เผชิญมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ระเบิดตึกเวิลด์เทรดเดือน ก.ย. ซาร์ส เม.ย. 2546 สึนามิ ธ.ค. 2547 ซับไพรม์ มี.ค. 2550 และวิกฤตที่หนักหนาที่สุด ปี 2551-2552 คือวิกฤตเลห์แมน บราเธอร์ส ล้ม ก.ย. 2551 ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ พ.ย. 2551 จลาจล เม.ย. 2552 และวิกฤตการเงินโลก 2552 ที่กินเวลานานถึง 6-8 เดือน ทำให้เชื่อว่าการทรุดตัวของธุรกิจ 2 เดือนแรก ไตรมาส 2 นี้ จะใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 6-8 เดือน ที่เคยทำสถิติเกาะกินผลประกอบการของ MINT มากที่สุด จึงเชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาในไตรมาส 4 ปีนี้อย่างแน่นอน

“ช่วงไตรมาส 2-3 ที่เกิดวิกฤตการเมืองในประเทศที่ส่งผลต่อธุรกิจของบริษัทนั้นเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวพอดี และแม้ว่าร้านอาหารอย่างเดอะพิซซ่าย่านราชประสงค์ปิด แต่ร้านที่อยู่นอกที่เกิดเหตุรายได้กลับพุ่งแทน โดยเฉพาะยอดขายพิซซาส่งถึงบ้าน”

ผลดีของการกระจายสาขาทั่วประเทศนี้ ช่วยกระจายความเสี่ยงธุรกิจอาหารให้บริษัทอย่างดี ทำให้เธอเชื่อว่าไตรมาส 2 จนถึงสิ้นปี กำไรสุทธิของธุรกิจอาหารยังเติบโตต่อเนื่อง 15-20% จากปีก่อน แม้ช่วงที่เหลือธุรกิจโรงแรมจะเติบโต 2-5% ขณะที่ธุรกิจรับบริหารโรงแรมเติบโตมากกว่า 100% ร้านค้าปลีกในศูนย์การค้าเติบโต 5-10% และร้านค้าปลีกเติบโตมากกว่า 20%

ฟังแล้วก็ใจชื้นขึ้นมาบ้าง...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท