
ถกสัมปทานไปไม่ถึงไหน
ตอนนี้มีความพยายามจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนเพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ซึ่งถึงวันนี้ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้
ตอนนี้มีความพยายามจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนเพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ซึ่งถึงวันนี้ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ตัวแทนฝ่ายผู้เห็นแย้งได้เสนอรายชื่อคณะทำงานมาเพิ่มจากที่ได้เคยตกลงกันไว้ที่ 6 คน เป็น 10 คน โดยฝ่ายกระทรวงพลังงานไม่ได้ทราบล่วงหน้า ทำให้จำเป็นต้องกลับไปทบทวนรายชื่อ แล้วเสนอกลับมาให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) แต่งตั้งคณะทำงานอย่างเป็นทางการเพื่อร่วมมือกันเดินหน้าทำงาน
ส่วนข้อเสนอจากฝ่ายผู้เห็นแย้ง ที่ต้องการให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการซ้อนขึ้นมาอีก 3 คณะ โดยมีองค์ประกอบฝ่ายละไม่เกิน 10 คนในแต่ละคณะนั้น ยังไม่มีข้อสรุปในขณะนี้ว่าจะมีการจัดตั้งหรือไม่อย่างไร เพราะคณะทำงานชุดหลักยังไม่ได้ตั้งอย่างเป็นทางการเลย
การหารือระหว่างฝ่ายกระทรวงพลังงานและฝ่ายผู้เห็นแย้ง เช่น น.ต.ประสงค์ สุ่นสิริ ตัวแทนเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย น.ส.รสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ สาขาพลังงาน นั้น ฝ่ายผู้เห็นแย้งมีข้อเสนอ 3 ประเด็น 1.เสนอให้ทบทวนการจัดสรรทรัพยากรปิโตรเลียม ทบทวนโครงสร้างราคาก๊าซและราคาน้ำมันสำเร็จรูป ทบทวนนโยบายเรื่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและแก้ไขปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน
2.เสนอให้แก้กฎหมาย 3 ส่วน คือ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและผลประโยชน์ทับซ้อน และ 3.เสนอให้ตั้งคณะกรรมการ 3 ชุด ซึ่งมีตัวแทนจากภาครัฐและประชาชนฝ่ายละ 10 คน เพื่อหาทางออกของปัญหา ได้แก่ คณะกรรมการที่จะดูแลเรื่องการจ้างสำรวจ จ้างผลิต และการแบ่งปันผลผลิตเพิ่มเติมจากเงื่อนไขเดิมจาก พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 คณะกรรมการหารือด้านการบริหารจัดการแปลงสัมปทานที่จะหมดอายุในปี 2565 แปลงสัมปทานข้างเคียงแปลงสัมปทานและแปลงที่คืนให้รัฐแล้ว
ขณะที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันในประเด็นการบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ทบทวน พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 กฎหมายเกี่ยวกับพลังงานและผลประโยชน์ทับซ้อน และการดูแลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน







