
ทรูมันนี่ ปรับกลยุทธ์ พร้อมลุยอีคอมเมิร์ซ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ปรับฐานลงตัวแล้วสำหรับกลุ่มธุรกิจอีบิซิเนสของ ทรู คอร์ปอเรชั่น ที่ยกตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจอีบิซิเนสให้แก่ ปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา และโยกย้ายกลุ่มธุรกิจนี้ไปอยู่ภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมทั้งลงทุนเพิ่มกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยตั้งเป้าพัฒนารูปแบบธุรกิจให้ได้แบบเพย์พาลและอาลีบาบา
ปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจอีบิซิเนส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า รายได้ของทรูมันนี่ในปี 2557 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 2,000 กว่าล้านบาท โตเพิ่มขึ้นจากปี 2556 ประมาณ 16% ขณะที่ในปีนี้บริษัทได้ลงทุนเพิ่ม 5 เท่า ในส่วนของทีมงาน การพัฒนาระบบหลังบ้านและปรับปรุงช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมเดินหน้าอย่างเต็มที่
“การเข้ามาทำตลาดอีคอมเมิร์ซของต่างชาติจะกระตุ้นให้ภาพรวมตลาดเติบโต 30% ในปีนี้ แม้ว่าการซื้อสินค้าผ่านระบบอีคอมเมิร์ซในไทยยังอยู่ที่ 0.2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งประเทศแต่ก็มีแนวโน้มเติบโตสูง”
ปัจจุบันภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ บีทูบีและบีทูซี ซึ่งภาครัฐเข้ามาเป็นเพียงส่วนเสริมในแง่ของอีคอมเมิร์ซ เพราะเทรนด์ของตลาดจะเติบโตไปด้วยตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้นการที่รัฐเข้ามาบังคับให้ร้านค้าออนไลน์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือจัดเก็บภาษีในทันที อาจจะทำให้ธุรกิจนี้ต้องชะงักได้
“ทางเราจึงเสนอกับทางภาครัฐไปว่า ในช่วงแรกของการกระตุ้นให้คนหันมาทำธุรกิจออนไลน์นั้น รัฐจะต้องไม่ปิดกั้นการเข้ามาทำธุรกิจออนไลน์อย่างเต็มตัว ด้วยเงื่อนไขเหล่านี้ แต่ถ้ารอจนสักระยะหนึ่งค่อยจัดระเบียบก็ยังไม่สาย เพราะถ้าผู้ขายรู้สึกถูกบีบมากเกินไปก็จะส่งผลกระทบให้ตลาดโตช้า”
นอกจากนี้ ยังได้รีแบรนด์ใหม่เว็บอีคอมเมิร์ซ Weloveshopping ที่อยู่มานานกว่า 8 ปี โดยยังคงใช้ชื่อเดิม แต่จะยกเลิกรูปแบบการเก็บค่าเช่าซึ่งมีร้านค้ากว่า 3-4 หมื่นแห่ง ต้องจ่ายเงินค่าเช่ารายละ 2,500-3,500 บาท/ปี จากจำนวนร้านค้าลงทะเบียนที่มีกว่า 1.2 แสนราย เพื่อปรับปรุงระบบให้ใช้งานบนมือถือได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามาใช้งานกว่า 3.5 แสนราย นอกจากนี้ระบบการจ่ายเงินก็จะเพิ่มความน่าเชื่อถือมากขึ้น
“วิธีการที่จะช่วยให้อีคอมเมิร์ซโตอย่างมีศักยภาพ จะต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาพัฒนา คือ วางรากฐานให้มีความน่าเชื่อถือ ยกตัวอย่างเช่นอาลีบาบา ที่มีวิธีสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ซื้อและผู้ขาย มีคอนเซ็ปต์ที่เรียกว่า Escrow คือ เมื่อลูกค้าโอนเงินเข้ามา ระบบจะยังไม่ปล่อยเงินให้แก่ผู้ขาย จนกระทั่งลูกค้าได้รับสินค้าและมีความพึงพอใจ ระบบจึงจะตัดเงินให้แก่ทางร้านค้า”
สำหรับวิธีที่ 2 คือการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ด้วยการทำ Ranking หรือ Reputation system คือ ซื้อสินค้ามาแล้วเกิดความพึงพอใจค่อยกดให้คะแนน ทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อจะสามารถรีวิวผู้ขายได้ก่อน โดยระบบนี้จะย้อนกลับมาที่ผู้ซื้อด้วยว่าลูกค้ามีความน่าเชื่อทางการเงินมากน้อยแค่ไหน และสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นผู้ซื้อจริงหรือไม่
ทั้งนี้ รูปแบบอีคอมเมิร์ซในไทยที่ยังขาดอยู่มีอีก 2-3 เรื่อง คือ กระบวนการจ่ายเงินอย่างง่าย การนำเสนอสินค้าบนอีคอมเมิร์ซและระบบการขนส่งที่เชื่อถือได้ เชื่อว่าหากวางรากฐานได้ครบถ้วนตามนี้ การเติบโตของอีคอมเมิร์ซจะโตมากกว่า 53% ที่คาดการณ์ไว้อย่างแน่นอน
การเตรียมความพร้อมเรื่องช่องทางออนไลน์ของกลุ่มอีบิซิเนส เรียกได้ว่าเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนตลาดเปิด เพื่อตอบสนองความต้องการและการเติบโตในระยะเวลาอันใกล้นี้ แต่ทุกสิ่งอย่างก็ยังขึ้นตรงกับ ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรเชั่น เช่นเดิม







