
ขายออนไลน์อินโดฯ
ธุรกิจขายของออนไลน์กำลังผลิบานเป็นดอกเห็ดในทุกประเทศของอาเซียน
โดย...สมหทัย โมสิกะ
ธุรกิจขายของออนไลน์กำลังผลิบานเป็นดอกเห็ดในทุกประเทศของอาเซียน เช่นเดียวกับบริษัทอีคอมเมิร์ซในอินโดนีเซีย ที่ค้นพบสูตรความสำเร็จในตลาดแห่งนี้ โดยอาศัยจุดแข็ง คือ การที่ผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ หันมาซื้อหาสินค้าบนโลกอินเทอร์เน็ต
ซูซี ซักเดน ผู้ร่วมก่อตั้ง เวล่า เอเชีย บริษัทอีคอมเมิร์ซด้านแฟชั่นระดับพรีเมียม อธิบายว่า อีคอมเมิร์ซกำลังเติบโต เพราะชาวอินโดนีเซียออนไลน์ได้ง่ายขึ้น ขณะที่ร้านค้าทั่วไปไม่สามารถตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้
เช่นเดียวกับ คุสุโม มาร์ตันโต ซีอีโอของ Blibli.com ตลาดออนไลน์สุดฮิตแบบบีทูซี ที่บอกว่า อีคอมเมิร์ซมอบความสะดวกสบายให้ลูกค้าได้มากกว่า เพราะนอกจากจะซื้อสินค้าได้สุดสะดวกจากบ้านแล้ว ร้านค้าบนเน็ตส่วนใหญ่พร้อมดูแลลูกค้าและเปิดช่องทางจ่ายเงินแบบ 24 ชั่วโมง อย่างกรณีของ Blibli ได้จับมือกับธนาคาร 11 แห่ง เพื่อเพิ่มทางเลือกการชำระเงินให้กับลูกค้าที่ไม่มีบัตรเครดิต
“ลูกค้าของเราสามารถเปลี่ยนสินค้า ขอเงินคืน หรือคืนสินค้าได้ ต่างจากร้านค้าทั่วไปส่วนมากที่ไม่ยอมให้ลูกค้าทำแบบนี้ได้”
นอกจากเมืองหลวงแล้ว ยังมีโอกาสอีกมากมายสำหรับโลกการขายของออนไลน์ในเมืองชั้น 2 และชั้น 3 ซึ่งยังมีช็อปปิ้งมอลล์น้อยมาก ซึ่งมาร์ตันโต แจกแจงว่า ตอนนี้ลูกค้าของ Blibli ประมาณ 35% อยู่นอกเขตเมือง โดยที่ผ่านมาบริษัทได้จัดกิจกรรมต่างๆ เช่น โรดโชว์ เพื่อแนะนำเว็บ
ข้อมูลจากวอลสตรีท เจอร์นัล ระบุว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2554 Blibli.com มีรายได้เติบโตถึง 400% เช่นเดียวกับยอดลูกค้าที่โตในระดับเดียวในช่วงปี 2556-2557 โดยปีที่แล้วมีลูกค้าราว 2.5 ล้านคนทั่วประเทศ
นอกจากกลยุทธ์ส่งเสริมการขายข้างต้นแล้ว บรรดาบริษัทอีคอมเมิร์ซจำนวนมากในอินโดนีเซียได้พยายามเจาะลูกค้าที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นช่องทางเข้าถึงอินเทอร์เน็ต โดยได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่นช็อปปิ้งบนมือถือ พร้อมกับออกแบบเว็บไซต์ที่สามารถใช้บนสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก เพื่อตอบรับตลาดคนใช้เน็ตบนมือถือที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจุบันยอดขายของเวล่าประมาณกว่า 60% มาจากคนใช้คอมพิวเตอร์พีซี ส่วนอีก 40% มาจากกลุ่มใช้แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน
ด้าน สิงค์โพสต์ ระบุว่า เมื่อปีที่แล้วอินโดนีเซียมีคนใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 75 ล้านคน และเป็นนักช็อปออนไลน์ 5.9 ล้านคน พร้อมประเมินว่ายอดขายออนไลน์จะสูงถึง 3,560 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปีนี้ จากยอด 2,600 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2557







